ศิลปะ 3 มิติ ฝีมือคนไทยที่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก Magic Art Museum Bangkok


เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก (Magic Art Museum Bangkok) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแนวใหม่ ที่ผสมผสานนานาศิลป์เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานมากขึ้นกว่าการชมภาพวาดอย่างเดียว ผู้คนที่เข้ามาในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะได้รับความสนุกสนาน บันเทิง และชมความงามของศิลปะ ที่สอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้ Concept ความเป็นไทย จากแนวคิด มันสมอง และการสร้างของทีมงานคนไทยทั้งสิ้น อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง (MBK Center)

 ศิลปะ 3 มิติ ฝีมือคนไทยที่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง Magic Art Museum Bangkok Magic Art Museum Bangkok พิพิธภัณฑ์มหัศจรรย์แห่งศิลป์กรุงเทพฯ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ 3 มิติ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นให้ผู้เข้าชมแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบกับผลงานศิลปะได้ โดยผ่านแนวความคิดรูปแบบใหม่ ศิลปะภาพวาดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงได้เทคนิคนี้ สร้างภาพลวงตาขึ้นมา เพื่อเปิดโลกให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสและสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับภาพวาดต่ าง ๆ ได้จริง ไม่ได้เพียงแค่มองอย่างเดียวเท่านั้น ภายใน Magic Art Museum แบ่งเป็นโซนต่างๆดังนี้ เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง Thai Culture Zone : เมื่อคุณย่างก้าวเข้ามาใน Magic Art Thai Culture Zone คุณหยุดตะลึงกับ Concept ไทย ๆ วัฒนธรรมประเพณีในแบบไทย อาชีพไทย ๆ สถานที่ท่องเที่ยวของไทย และความเชื่อ นำมาวาดเป็นภาพที่งดงามและสร้างสรรค์ สนุกสนาน คุณจะมีรอยยิ้มตลอดการเข้าชมในโซนนี้ เมจิก อาร์ต มิวเซียม Magic Art Thai Horror Zone : เรื่องราวผีไทย ที่มีชื่อเสียงเรื่องราวความดุ เฮี้ยน เพี้ยน แปลก และฮา มีเอกลักษณ์ไม่แพ้ผีชาติไหน คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศ สยึมปนสยองแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยกให้โซนนี้เป็นโซนที่คุณชื่นชอบ เมจิก อาร์ต มิวเซียม Magic Art Funny Zone : โซนนี้รวมเอาความสนุกสนานหลากหลายไอเดียไว้ อะไรที่กวน อะไรที่ฮา อะไรที่เกิด จัดมารวมกันในโซนนี้ เป็นอีกโซนที่สนุกสนานแบบกวน ๆ ที่คุณจะต้องบัญญัติจำกัดความ “กวน” ขึ้นมาใหม่ เมจิก อาร์ต มิวเซียม

 

Magic Art Photo Land Zone : คุณจะได้สนุกกับการถ่ายภาพ สนุกกับฉากจำลอง PROP และเสื้อผ้าที่จัดเต็มมากว่า 10 โซน ให้คุณเลือกสนุกใน Story ที่แตกต่างมากมาย คุณจะมีภาพที่หลากหลาย Collection เก็บไว้เป็นอัลบั้มส่วนตัว เมจิก อาร์ต มิวเซียม

Love Boat : โซนนี้จำลองเอาผืนน้ำ และเรือโจรสลัดลำยักษ์ พร้อมบรรยากาศท้องทะเล มาให้คุณได้เล่นอย่างสนุกสนานและแชะภาพกับโซนนี้ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใด เปิดโลกแห่งจินตนาการ และความสนุกแบบไม่จำกัด

เมจิก อาร์ต มิวเซียม  Magic Art Museum

Magic Art Thaitoys Museum Zone : รวมเอา การละเล่น และของเล่นไทยสมัยโบราณ มาจัดโชว์เป็นนิทรรศการ ให้เด็กรุ่นใหม่และชาวต่างประเทศได้รู้จัก และสัมผัสความงดงามทางวัฒนธรรม ความสนุกสนานที่หาได้ง่ายในวิถีชีวิตแบบไทย ๆ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยไปสู่สายตาอารยประเทศทั่วโลก

 Magic Art Museum

 

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง

เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก อยู่ที่ ศูนย์การค้ามาบุญครอง ชั้น 7 Magic Art Museum เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.30 – 22.00น.

ค่าเข้าชม เมจิก อาร์ต มิวเซียม แบงค็อก (Magic Art Museum Bangkok)
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 250 บาท/ท่าน, เด็ก (สูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) 120 บาท/ท่าน ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 500 บาท/ท่าน, เด็ก (สูงไม่เกิน 100 เซนติเมตร) 220 บาท/ท่าน

ทั้งนี้สิทธิพิเศษสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ และนักเรียน นักศึกษา โชว์บัตรประชาชนหรือบัตรนักศึกษามีส่วนลดค่าเข้าชม หรือดูเพิ่มเติมได้ที่ Magic Art Museum หรือเว็บไซต์ http://www.magicartmuseum.com/Museum.html

ข้อมูลและภาพ : https://www.facebook.com/magicartmuseum
เรียบเรียงโดย Travel MThai

10 อันดับเรื่องเล่าโรงแรมผีดุ..สุดหลอนในไทย!! ต้อนรับวันฮาโลวีน


เรียกได้ว่าเป็นอีกที่ที่มีคนพบเห็นผี หรือเรื่องลึกลับบ่อยสุดๆไปเลย ก็เพราะก่อนจะมาเป็นโรงแรมผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้างก็ไม่รู้ หรือตอนเป็นโรงแรมแล้วก็เถอะ อาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ที่เราไม่มีทางรู้ จึงไม่แปลกที่จะมีผีอยู่ตามโรงแรมต่าง วันนี้ทางทีมงานจึงได้รวบรวมเรื่องผีที่หลายๆคนได้เขียนไว้ตาม Pantip หรือบอร์ดผีต่างๆ นำมาจัด 10 อันดับเรื่องเล่าผีๆ ที่แน่นอนว่าต้องขนลุก ต้องหลอน จนคุณไม่กล้าไปนอนโรงแรมอีกนาน!!

อันดับ 10 ณ ภูเก็ต..ห้อง 519

เป็นเรื่องของกลุ่มเพื่อนที่ไปเที่ยวกันที่ภูเก็ต ได้ทำการจองห้องพักเบอร์ 518-519 ไว้ พอเข้ามาถึงโรงแรมก็แค่มาเอาของเก็บ และพร้อมออกไปเที่ยวกลางคืนกันยาว แต่ดันมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่สบาย จึงขอนอนรอที่ห้อง 519 ในขณะที่คนอื่นๆกำลังเที่ยวเพลินๆ เวลาประมาณตี 2 เพื่อนคนนี้ก็โทรมาตะคอกใส่ว่า “เลิกมาเคาะประตูแกล้งเถอะ..จะนอน!!” ทุกคนก็ได้แต่งง และคิดว่าเพื่อนคงละเมอโทรมา พอทุกคนกลับถึงโรงแรมก็ประมาณตี 4 ได้ เปิดห้อง 519 เข้าไปก็เจอเพื่อนที่ป่วยเนี่ยนอนสลบอยู่ จึงรีบพาตัวไปโรงพยาบาล พอฟื้นก็ได้เล่าให้ฟังว่า มีคนมาเคาะประตูหน้าห้องถี่มากๆ จนโมโห เลยมายืนรอเพื่อดูว่าใคร สักพักก็เห็นผู้หญิงผมดำ คลานเข้ามาเคาะห้อง และมองมาที่เค้าด้วยสภาพที่ช่วงปากถึงคางหายไป มีเพียงแค่ผม หน้าผาก ตา จมูก และลิ้นที่ห้อยติดอยู่กับลำคอ เท่านั้นแหละเลยสลบไปเลย!!

ขอบคุณภาพจาก http://board.postjung.com/522051.html

อันดับ 9 เจ เจตริน เจอเองที่อุบลฯ

เป็นเรื่องที่ดังอยู่ช่วงหนึ่ง ที่นักร้องชื่อดังอย่างเจ เจตริน ได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตที่ จ.อุบลราชธานี แล้วได้นอน ณ โรงแรมหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะมีชื่อเสียงอยู่พอสมควร ที่ในระหว่างอาบน้ำอยู่ก็มีรายนิ้วมือปรากฏอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ ที่ตอนแรกก็คิดว่าเป็นมือแม่บ้าน แต่ด้วยความที่มันอยู่สูง และยังใหญ่กว่ามีผู้ชายทั่วไปด้วยซ้ำ ทำเอาต้องถ่ายรูปลงโซเชียลเลยทีเดียว มันไม่จบแค่นั้น เพราะมีคนตาดีมาบอกว่าเห็นเป็นรูปหน้าคนอยู่ตรงหน้ากระจก!!! ที่พอสังเกตดีๆก็เหมือนอยู่นะ

ขอบคุณภาพจาก Twitter

อันดับ 8 ที่ห้องตรงข้ามดาดฟ้าโรงพยาบาล

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่ ที่กลุ่มเพื่อนๆได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่ ได้จองโรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่งไว้ ที่ได้ห้องพักที่มองจากหน้าต่างออกไปก็เห็นดาดฟ้าของโรงพยาบาลตรงข้ามพอดี และที่สำคัญยังเห็นผู้หญิงคนนึงนั่งอยู่ตรงดาดฟ้าด้วย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเค้าอาจจะมาดูพลุในวันปีใหม่ก็ได้ พอเพื่อนๆไปเที่ยวกันกลับมานอนก็ได้ยินเสียงคนใช้เล็บกรีดกระจกเป็นทางยาว ทั้งยังมีเสียงกรี๊ดปนหัวเราะดังออกมาตลอด จึงได้เปิดผ้าม่านดู เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเอาหน้ามาติดกระจก ทั้งหมดจึงรีบวิ่งลงไปยังล็อบบี้โรงแรม วันต่อมาได้เปลี่ยนห้องก็ยังเจอเหตุการณ์แบบเดิม ด้วยความอยากรู้จึงมาถามคนขายของแถวนั้น ได้ความว่าเคยมีสามีมาพักกับภรรยาที่กำลังตั้งท้อง ส่วนมาสีก็เอาแต่เที่ยวไม่สนใจ เช้าวันนั้นภรรยาจึงได้โทรหาสามีและบอกให้มองออกมานอกหน้าต่าง เธอจึงกระโดดลงมาต่อหน้าต่อตาสามีเลย

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=06-01-2014&group=2&gblog=10

อันดับ 7 ห้องไม่ว่าง ที่สระบุรี

เป็นเหตุการณ์ที่หลายๆคนคงเคยเผชิญ เวลาโทรไปจองโรงแรมแต่บอกว่าห้องหมด เซ้าซี้ไปเรื่อยๆก็จะได้ห้องพักเอง คนเล่าเรื่องนี้ก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ พอเค้าไปพักเท่านั้นก็รู้เลยว่ามีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะตอนจะนอนก็ลุกไปปิดไฟ จะเอนตัวลงเท่านั้นแหละ ได้ยินเสียงโยนกระเป๋าลงพื้นดัง ตุ๊บ!! ตอนแรกๆก็คิดว่าต่างคนต่างแกล้งกัน แต่มันมีครั้งที่ 2 3 4 ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เลยลุกขึ้นเปิดไฟ และตัดสินใจนอนลงไปอีกรอบ คราวนี้ดังสุดๆ อยู่ข้างหัว เลยทนไม่ไหวต้องโทรลงไปที่ล็อบบี้ พนักงานพูดเสียงดังไปหน่อย ปลายสายเลยได้ยินว่า “แขกโดนอีกแล้ว” แต่ทำยังไงได้ก็ต้องนอน เลยหยิบพระออกมาจากกระเป๋าวางไว้บนหัวเตียง แต่ก็ต้องตกใจจนขนหัวลุกเมื่อพระที่วางไว้หายไป และกลับไปอยู่ในกระเป๋าใบเดิม ทำเอาต้องวิ่งออกจากห้องกันให้เร็ว

ขอบคุณภาพจาก http://writer.dek-d.com/moonlight_yue/story/view.php?id=601499

อันดับ 6 โรงแรมไม้สุดสยอง

โรงแรมนี้อยู่ที่สุโขทัย ที่ทางเจ้าของเรื่องเล่าว่าได้ขับรถเที่ยวตะลอนๆมากว่า 1 เดือน ค่ำไหนนอนนั่น คืนนั้นดันโชคร้ายเจอโรงแรมสไตล์ไทยๆเป็นเรือนไม้เข้าให้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีอะไร พอตี 1 เท่านั้นแหละก็ได้ยินเสียงกุกกักๆ แถวโต๊ะที่วางแผนที่ไว้ เลยสะลึมสะลือลืมตาขึ้นดู พี่สาวที่นอนข้างๆก็ขยับตัวเข้ามาใกล้ บีบมือสุดแรง พอมองไปที่โต๊ะเท่านั้นแหละก็เงาคน 2 คน คนนึงกำลังนั่งดูแผนที่ที่วางไว้ อีกคนกำลังมองมาที่เตียง!! ตอนนั้นขยับตัว หรือส่งเสียงก็ไม่ได้ จึงทำได้แค่สวดมนต์ แผ่เมตตาในใจ สักพักก็เริ่มมีเสียงลอดออกมา เงาก็เดินเข้ามาตรงปลายเตียง และห่างออกไปทะลุผนังในที่สุด พอเงาหายไปแผนที่บนโต๊ะก็ตกลงมาอย่างไม่มีสาเหตุ!!

ขอบคุณภาพจาก http://talung.gimyong.com/index.php?topic=121697.0

อันดับ 5 ผีอาเสี่ยมาเอง

เรื่องนี้เป็นเรื่องของหญิง-ชายคู่หนึ่ง ที่ไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ที่เค้าว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนตอนกลางคืนฝ่ายชายก็เผลอหลับไป ส่วนผู้หญิงก็นั่งดูทีวีอยู่ เริ่มรู้สึกง่วง กำลังจะปิดตาก็เหมือนเห็นชายอ้วนคนนึงลอยผ่านประตูเข้ามา และตรงเข้ามาที่ปลายเตียงของเธอ แต่ส่วนคอดันยื่นมาถึงหัวเตียง เธอก็ได้แต่หลับตาปี๋ และได้ยินเสียงถามมาว่า เธอเป็นใคร? มานอนห้องนี้ได้ไง? คนนั้นคือใคร? (ชี้ไปที่แฟน) ตอนนั้นอ้าปากก็ไม่ได้เลยได้แต่ตอบในใจ (ผี)ชายอ้วนเลยบอกว่าไม่ต้องกลัว เขาไม่ได้จะทำอะไร แล้วก็หายไปจากห้อง เธอจึงไปปลุกแฟน พร้อมกับขอย้ายห้อง แต่ทางโรงแรมบอกว่าห้องเต็ม แต่ก็เอาพระที่หิ้งบูชามาตั้งไว้ในห้อง ตอนเช้าแฟนก็บอกว่าตอนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ ได้ยินเสียง หนึ่งสอง หนึ่งสอง เลยเอาไปซื้อหวยดันถูกซะงั้น

ขอบคุณภาพจาก http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=noplucifer&month=08-01-2014&group=2&gblog=11

อันดับ 4 อะไรอยู่ในช่องระบายอากาศ

พออ่านเรื่องนี้จบเชื่อเลยว่าคงไม่มีใครกล้าแหงนหน้ามองช่องระบายอากาศแน่ๆ โดยเรื่องนี้เกิดกับชายคนนึงที่เข้าไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่งแถวๆตลาดอวยชัย จ.ชุมพร ที่เปิดประตูเข้าไปก็เจอกลิ่นแปลกๆซะแล้ว จึงรีบอาบน้ำ แปรงฟันเตรียมตัวนอน แต่ขณะที่กำลังแปรงฟันอยู่นั้นก็เห็นเหมือนมีใครส่องออกมาจากช่องระบายอากาศ จึงหันกลับไปดู ก็ไม่เห็นจะมีอะไร สักพักเริ่มรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอด จึงตัดสินใจปีนขึ้นไปดูก็เห็นว่ามันเป็นช่องแคบๆที่ไม่มีทางที่คนจะเข้าไป อยู่ได้ เลยคิดว่าตาฝาดไปเอง เลยเข้าไปอาบน้ำ จนได้ยินเสียครืด ครืด พอหันขึ้นไปมองก็เห็นเป็นคนคลานออกมาจากช่องนั้นอย่างเร็ว จึงรีบคว้าผ้าขนหนูแล้ววิ่งออกจากห้องแต่มันก็ยังคลานตามมาไม่หยุดพร้อมกับ เสียงหัวเราะ แฮ่ๆ พอถึงล็อบบี้เลยทำได้แต่ตะโกนบอกพนักงานว่า “ผีหลอก!!!”

ขอบคุณภาพจาก http://xn--42caim3c2a6bxhb2ah5pud.blogspot.com/2013_09_01_archive.html

อันดับ 3 สัญญาณมือถือประหลาด!!

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่โรงแรมเก่าใกล้ตลาด จ.สุรินทร์ เนื่องจากเป็นโรงแรมเก่าๆบรรยากาศก็ต้องน่ากลัวเป็นธรรมดา ยิ่งพอเปิดประตูห้องเข้าไปเท่านั้นแหละ ก็เจอพวกมาลัยแขวนอยู่ในห้องซะแล้ว แต่ก็ไม่คิดอะไรมากจึงจัดข้าวจัดของเข้าอาบน้ำ แบบเปิดทีวีไปด้วย เสียงทีวีเป็นของผู้ประกาศข่าวชาย แต่ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงนั่งคุยกันอยู่นอกห้อง จึงรีบโผล่หน้าออกไปดูแต่ก็ไม่เห็นอะไร จึงเข้ามาอาบน้ำต่อแต่เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก เลยรีบอาบน้ำแต่งตัวออกไปข้างนอก พอเดินไปถอดแบตโทรศัพท์ออกเท่านั้นแหละ ก็ยังพบว่าถอดออกแล้วมันยังชาร์ตต่อ!! เลยกดปิดเครื่อง มันก็ยังขึ้นสัญญาณชาร์ตต่ออยู่ดี จึงรีบเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูห้องสัญญาณก็กลับมาเป็นปกติ พอกลับเข้ามาอีกทีก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว จึงรีบนอน สรุปว่าโดนผีอำทั้งคืน ทั้งยังมีเสียงคนมาขยับหน้าต่างห้องนอนจนถึงเช้าเลย

ขอบคุณภาพจาก http://news.tlcthai.com/news/65352.html

อันดับ 2 เรื่องเล่าจากกาญจนบุรี

เป็นเรื่องของชายคนนึงที่ได้ไปสัมมนาที่จังหวัดนั้นพอดี และเผอิญนอนคนเดียว กลางคืนก็มัวแต่ดูบอล จู่ๆก็ได้ยินเสียงคนเคาะประตูเลยเดินไปเปิด ก็ไม่เห็นมีใคร เป็นแบบนั้นประมาน 3 ครั้ง เลยคิดว่าเพื่อนแกล้ง ครั้งที่ 4 เลยส่องดูผ่านตาแมวเห็นเป็นผู้หญิงผมยาวๆยืนหันหลัง ใส่เสื้อสีเขียว ลายดอก เลยเปิดประตูไปแต่ก็ไม่เจออะไร มีแต่ลมพัดเข้ามาในห้องอย่างแรงวูบหนึ่ง จึงรีบปิดประตูและนอน ดึกๆมาดันรู้สึกตัวอีกทีเพราะได้ยินเสียงน้ำหยดแถวๆปลายเตียง พอลืมตาขึ้นเท่านั้น..ก็แทบจะหยุดหายใจ!! เพราะเธอคนนั้นนั่งอยู่เตียงข้างๆที่ห่างกันแค่นิดเดียวเท่านั้น ด้วยสภาพเปียกไปทั้งตัว ผมยาวปิดหน้า นั่งเหมือนกำลังร้องไห้อยู่ เลือดก็ไหลออกมาเต็มเตียง พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นก็ต้องช็อค!! เพราะเธอไม่มีลูกตา เขาจึงทำได้แค่วิ่งและไม่กล้านอนอีกทั้งคืน

ขอบคุณภาพจาก http://diiwunlimited.blogspot.com/2012/07/blog-post.html

อันดับ 1 เจอดีจนได้..ณ หาดป่าตอง

คงมีหลายคนเล่ามาแล้วบ้าง เรื่องของหาดป่าตองที่เคยเกิดสึนามิไปเมื่อหลายปีก่อน และเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่จะทำให้คุณขนลุกสุดๆไปเลย เป็นเรื่องของพนักงานสาวที่ไปสัมมนากับหัวหน้า พอคืนแรกหัวหน้าก็ฝันเห็นอะไรแปลกๆเลย คือเห็นวิญญาณฝรั่ง 2 คนมายืนอยู่หน้าห้องเธอ พอเปิดประตูออกมาก็รีบวิ่งไปที่ห้องของหัวหน้าและภรรยาขอนอนด้วย ตอนนั้นผีฝรั่งก็เดินตามมาแบบติดๆ พอเล่าแบบนั้นเธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ด้วยความที่สัมมนาหลายวันเลยใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมนานหน่อย เกือบทุกวันเธอจะเจอเด็กฝรั่งผมแดงอายุประมาณ 13-14 เดินสวนกับเธอที่เดิมทุกวัน แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เรื่องประหลาดยังไม่หมดแค่นี้ เพราะทุกครั้งที่เธอวางผ้าเช็ดตัวทิ้งไว้ตามที่ต่างๆในห้อง พอเดินกลับเข้ามามันจะถูกจัดวาง พับอย่างเป็นระเบียบ พอไปถามแม่บ้านก็บอกไม่ได้ทำ เธอจึงเรียกให้ภรรยาหัวหน้ามาดู ว่าก่อนออกจากห้องเธอโยนผ้าไว้ที่เตียง แป๊บเดียวเท่านั้นพอเปิดเข้ามาผ้าก็ถูกพับเหมือนเดิม!! หัวหน้าจึงมาดูให้ พอเดินผ่านห้องน้ำเท่านั้นแหละ ก็บอกว่าเห็นเด็กฝรั่งกำลังพับผ้าอยู่ในห้องน้ำ หัวหน้าจึงรีบวิ่งกลับห้อง แต่พอไปดูกล้องวงจรปิดกลับไม่มีใครเห็นเด็กคนนั้น ซึ่งเป็นคนที่เดินสวนกับเธอทุกวัน..
ขอบคุณภาพจาก services.flikie.com/view/v3/android/wallpapers/33566957
ที่มา : toptenthailand.com/topten/detail/20141009165950123

แอบหลอน 9 สถานที่ ในกรุงเทพ ที่ว่าเฮี้ยน..


 

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย
อันดับที่ 9 ในซอยวัชรพล
เป็นบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ ถูกทิ้งร้างค้างคาอยู่ในสภาพเดิม เวลากลางคืนดูน่ากลัวชวนขนลุกยิ่ง และว่ากันว่ามีคนพบเห็นวิญญาณของชายหญิงและเด็ก ปรากฏวูบวาบบ่อยๆ สาเหตุที่บ้านหรูหลังใหญ่ กลายเป็นบ้านร้าง เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังนี้ พาครอบครัวขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัด และประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตหมดทุกคน

 

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 8 โรงงานร้างอยู่ในอุตสาหกรรมบางปู (ฝั่งเดียวกับเมืองโบราณ)
สถานที่อยู่สุดซอย 2 เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำรองเท้า ขณะที่กิจการกำลังดำเนินงานไปด้วยดี ได้เกิดอุบัติเหตุร้างแรง คือเครื่องปั้มลมเกิดระเบิดคนงานหลายคนเสียชีวิตสยอง นับตั้งแต่นั้นคนงานที่ทำงานอยู่ ถูกผีหลอกวิญญาณหลอน จนต้องทะยอยลาออกไปเรื่อยๆจนหมด กิจการประสบความวินาศ เจ้าของโรงงาน ยิงตัวตายในห้องทำงานชั้นบนของโรงงาน และกลายเป็นสถานที่รกร้างเรื่อยมา เล่าลือกันว่าผีดุมาก ปัจจุบันนี้ยังมีเศษรองเท้ากระจายเกลื่อนและปั้มลมมรณะก็ยังอยู่

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 7 วัดปราสาท จ.นนทบุรี
วัดปราสาท จ.นนทบุรี เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลาง เคยขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถอายุ 300 ปี ด้านหลังอุโบสถ มีคุ้มเก่าแก่ชำรุดทรุดโทรมว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า “แม่” และ” เจ้าแม่ ” เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวงน่ากลัวมาก ผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลกๆน่าขนหัวลุก

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 6 ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ
ในซอยมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ถ.พัฒนาการ เป็นโรงงานร้าง เมื่อก่อนนี้เป็นโรงงานทำปากกา และเป็นโรงกลึงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 80 ไร่ เหตุที่กลายเป็นโรงงานร้าง ชำรุดทรุดโทรม มีวัชพืชขึ้นปกคลุมรกครึ้มเช่นทุกวันนี้ ว่ากันว่าเจ้าที่เจ้าทางแรง ระหว่างที่ดำเนินงานอยู่ มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหลายคน ผู้ลงทุนขาดทุนย่อยยับจนต้องเลิกกิจการ หากเดินเข้าไปในอาณาเขตโรงงานร้าง จะสัมผัสบรรยากาศยะเยือกผิดปกติ และเล่าลือกันว่าหากไปเคาะแท้งก์น้ำซึ่งตั้งอยู่ 3 ใบ 3 ครั้ง จะปรากฏเจ้าที่เจ้าทางออกมาให้เห็นทันที

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 5 รังสิตคลอง 13
จากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร มีบ้านพักถูกไฟไหม้เกือบหมดทั้งหลัง แต่ยังเหลือซากบ้านอยู่ส่วนหนึ่ง ข้อมูลบางกระแสเล่าว่า มีผู้หญิงตายในไฟ บ้านหลังนี้อยู่ในสวนมะขามหวาน แต่ถูกทิ้งให้รกร้าง คนในระแวกใกล้เคียงต่างยืนยันกันว่าตอนกลางคืน จะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวน มาจากซากบ้านบ่อยๆ พร้อมกันนั้นเคยมีคนเห็นผีผู้หญิงใ นบริเวณซากบ้านด้วย

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 4 ในซอยรอดอนันต์ 1 ถ.สุขาภิบาล1
เป็นบ้านร้างทรงไทยอยู่ริมบึง ห่างไกลจากบ้านอื่นๆ ในระแวกนั้นบริเวณบ้านรกครึ้มด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยคุณยายเจ้าของบ้าน เสียชีวิตที่บ้านหลังนี้ และน่าเชื่อว่า วิญญาณของคุณยายไม่ยอมไปผุดไปเกิด แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในบ้าน จนกระทั่งลูกหลานไม่กล้าอยู่ ต่างแยกย้ายไปอยู่ที่อื่นหมด ปล่อยบ้านทิ้งร้างชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และที่บ้านหลังนี้เล่าลือกันว่าผีดุนัก คนอยู่ระแวกใกล้เคียงเคยเห็นผีคุณยายมายืนชี้นิ้วอยู่ที่หน้าบ้านเมื่อมี เด็กๆ วิ่งเล่นอยู่ในบริเวณหน้าบ้าน เคยมีคนใจกล้าเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงแก่ๆขู่ตะคอก จนต้องเผ่นออกมาแทบไม่ทัน

 

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 3 ในซอยสายหยุด อู่รถเมลล์เก่า
ที่นี่เป็นสุสานรถเมลล์หรือรถโดยสาร ประจำทางที่ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงจนใช้การไม่ได้ ซากรถเมลล์แต่ละคันมีประวัติคนตายโหงคารถ ในสภาพสยดสยองมาแล้ว และเป็นที่เล่าลือกันว่า อยู่ดีๆไฟในรถกลับเปิดสว่างขึ้นมาเอง หรือมีคนมายืนโบกรถหน้าอู่ แท๊กซี่จะเข้าไปจอดรับก็หายไปบางครั้งมีคนวิ่งตัดหน้า และหายไปดื้อๆ

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 2 วัดมหาบุศย์ พระโขนง
ที่วัดมหาบุศย์ ยังมีศาลย่านาคตั้งอยู่ สืบเนื่องมาจากตำนานรักของแม่นาคพระโขนง ที่รู้กันแพร่หลายเล่ากันว่า เมื่อผีแม่นาคอาลวาดหลอกหลอน จนชาวบ้านหาปกติสุขมิได้ เจ้าประคุณสมเด็จโต ( วัดระฆัง ) ได้มานำวิญญาณแม่นาคไป พร้อมกับกระดูกกระโหลกหน้าผาก แล้วอบรมสั่งสอนให้รักษาศีล ปฏิบัติธรรม นัยว่าแม่นาคเลื่อนภพเป็นเทพแล้ว หากยังมีผีวนเวียนที่วัดมหาบุศย์ คงมิใช่วิญญาณแม่นาคอย่างแน่นอน

 

10 อันดับ สถานที่สยองขวัญในประเทศไทย

อันดับที่ 1 ในซอยรามคำแหง 32
ลึกเข้าไปในซอยรามคำแหง 32 ท่านจะพบบ้านทรงสเปนหลังหนึ่งรูปทรงสวยสง่าน่าอยู่ แต่บ้านนี้ไม่มีใครอยู่อาศัยนานกว่า 20 ปีแล้ว ปล่อยให้ทิ้งร้างเก่าทรุดโทรมอย่างน่าใจหาย ประวัติของบ้านมีว่าเจ้าของบ้านเป็นชาวต่างชาติ วันหนึ่งเจ้าของบ้านขับรถออกไปทำงานตามปกติ ที่บ้านมีสาวใช้อยู่เพียงคนเดียว คนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคงมาแอบสังเกตการณ์นานพอสมควรได้ฉวยโอกาสเข้าปล้น และฆ่าสาวใช้ตายคาที่ นับตั้งแต่นั้นมักจะได้ยินเสียงผู้หญิง ร้องให้ช่วยดังโหยหวนน่าสยดสยอง และยังเห็นผู้หญิง (เข้าใจว่าเป็นสาวใช้ที่ถูกฆ่าตาย ) เดินวนเวียนวูบวาบอยู่ในบ้าน เจ้าของบ้านทนอยู่ไม่ไหวต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น เล่ากันว่าหลังจากนั้น มีคนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วย ดังมาจากบ้านร้างบ่อยๆ และมีคนเห็นผู้หญิงลึกลับยืนอยู่หน้าบ้านเป็นประจำเมื่อเข้าไปใกล้ก็หายไป