ชวนกันมาทำของว่างทานเล่น “เบียร์ทอดกรอบ” เมนูสวรรค์ของนักดื่มเบียร์


เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เป็นที่โปรดปรานของคนจำนวนมาก ไม่ว่าจะทั้งชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ดังนั้นวันนี้เราขอนำเสนอเมนูเอาใจคอเบียร์ทั้งหลาย นั่นก็คือ “เบียร์ทอดกรอบ” เป็นอีกหนึ่งเมนูใหม่ที่เกิดจากไอเดียล้วนๆ แต่รับรองได้ว่ารสชาติอร่อยไม่แพ้การดื่มเบียร์แน่นอน โดยมีขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้

 

 

 

ส่วนผสมสำคัญ

 

เบียร์ 1 กระป๋อง

โกลเด้นไซรัป 6 ช้อนโต๊ะ (หรืออาจจะใช้น้ำเชื่อมแทนก็ได้)

เกลือ 1 หยิบมือ

เนย 1 ก้อน

ยีสต์ 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งสาลีครึ่งถ้วย

น้ำมันพืช 2 ถ้วย

 

 

ขั้นตอนการทำ

 

1. ผสมเบียร์และโกลเด้นไซรัปลงในชาม จากนั้นคนให้เข้ากัน

 

 

2. จากนั้นนำเนยมาละลายลงในหม้อ แล้วเทเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อ 1 เทลงไป จากนั้นเคี่ยวให้งวด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น เพื่อให้มันเหนียวข้น

 

 

3. ผสมยีสต์ น้ำอุ่น และน้ำตาลเข้าด้วยกัน แล้วคนให้ละลาย

 

 

4. ใส่แป้ง 1 ถ้วยลงในน้ำยีสต์ที่เตรียมไว้จากข้อ 3 แล้วรอให้มีฟองผุดขึ้นมา จากนั้นโรยเกลือ และตามด้วยเนยอีก 1/3 ถ้วย จากนั้นตีแป้งและส่วนผสมให้เข้ากัน

 

 

5. นวดแป้งให้แข็งเป็นก้อน

 

 

6. นำแป้งไปตีเป็นแผ่น

 

 

7. จากนั้นตีไข่ให้เข้ากัน แล้วนำมาทาบนแผ่นแป้ง

 

 

8. ตัดแป้งเป็นแผ่น แล้วนำมาต่อกันเป็นรูปถุง ที่สำคัญอย่าให้รั่วเด็ดขาด

 

 

9. จากนั้นนำไซรัปเบียร์ที่เตรียมไว้จากข้อสอง มาหยอดใส่ข้างใน

 

 

10. นำลงทอดด้วยน้ำมันร้อนจัด ให้เหลืองกรอบ โดยใช้เวลาเพียง 20 วินาทีเท่านั้น

 

 

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อย คุณก็จะได้เพลิดเพลินไปกับการกินเบียร์รูปแบบใหม่ หรือสามารถทานคู่กับเบียร์เย็นๆ ได้ รับรองว่ารสชาติอร่อย เหมือนกับคุณได้ขึ้นสวรรค์เลยทีเดียว ลองทำตามกันดูนะ

นวัตกรรมใหม่สุดเจ๋ง!! ที่จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล


เพื่อความสุขของหมู่มวลมนุษยชาติ นักประดิษฐ์และนักพัฒนาจึงระดมมันสมองสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาเยอะแยะเต็มไปหมด ก็มีทั้งดีบ้างเฟลบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่สิ่งที่ เรา จะนำมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันในตอนนี้ ก็น่าจะเจ๋งพอที่จะทำให้ชาวโลกตะลึงได้บ้างแหละครับ เพื่อไม่ให้เป้นการเสียเวลา ไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกกันเลย

1.คอนแทคเลนส์อัจฉริยะ

ขอนำเสนอคอนแทคเลนส์อัจฉริยะ ที่มี “กล้องถ่ายภาพ” และ “เซนเซอร์” ตรวจจับต่างๆ ที่มาพร้อมกับวงจนอิเล็กทรอนิกส์จิ๋วฝังอยู่ในตัว นั่นคือการทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตา” ให้กับผู้พิการทางสายตาทั้งหลาย เพราะสามารถกำหนดให้ภาพที่กล้องของคอนเทคเลนส์ตัวนี้ สามารถ ถ่ายภาพได้ และยังสามารถส่งภาพไปยังส่วนที่เป็นกระบวนการประมวลผล เพื่อถ่ายทอดต่อไปให้ผู้ที่สวมใส่ได้รับรู้เหตุการณ์ในขณะนั้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น แปลงเป็นสัญญาณเสียงทำให้รู้ได้ว่า มีรถยนต์กำลังวิ่งผ่าน ซึ่งมีผลดีต่อผู้ที่พิการทางสายตามากๆ

และไม่ได้หมดแค่นั้น ยังมีเซ็นเซอร์แสง,เซ็นเซอร์ตรวจวัดแรงดัน,เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ หรือ แม้กระทั่งเซ็นเซอร์ตรวจจับสนามไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่สวมใส่คอนเทคเลนส์นี้ รู้สึกว่าตัวเองมีสัมผัศที่ 6 ยังไงยังงั้น ผมเองคิดว่ามันก็คล้ายๆกับ google glass เลยนะ

2.นาฬิกาโปรเจคเตอร์

Ritot เป็นนาฬิกาอัจฉริยะรูปแบบใหม่ที่จะฉายภาพการแจ้งเตือนต่างๆ ลงบนหลังมือของคุณตัวแรกในโลก ซึ่งสามารถใช้ฉายข้อมูลต่างๆ ลงไปบนหลังมือของคุณได้เลย ฟังก์ชั่นหลักๆก็คือมันจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ แล้วทำการฉายการแจ้งเตือนต่างๆ ลงบนหลังมือของคุณ

โดยฟีเจอร์หลังจะเป็นนาฬิกาบอกเวลา แต่เมื่อมีการแจ้งเตือนอื่นๆเข้ามา มันก็จะสั่นแล้วฉายภาพให้คุณรู้ในแบบ real-time ได้เลย รองรับทั้งแจ้งสายโทรเข้า,facebook,twitter,sms เป็นต้น ถ้าหากคุณอ่านเสร็จแล้วก็ให้ทำการเขย่าข้อมือตัวเองทุกๆอย่างก็จะหายไป

3.ยาเสริมภาษา

ผู้ก่อตั้ง MIT Media Lab ทีมชื่อดังในการพัฒนาอุปกรณ์เจ๋งๆระดับโลก ได้แสดงวิสัยทัศน์ในงาน TED Talk เริ่มจากการคาดการณ์เทคโนโลยีล่วงหน้าในช่วง 30ปี ที่ผ่านมา แล้วเทคโนโลยีเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นจริงขึ้นมา ซึ่งเขาก็ทายถูกหลายอย่างด้วยกัน นอกจากนั้นเขายังกล่าวถึงเส้นทางต่อไปในอนาคตซึ่งตอนท้ายของการบรรยายครั้งนี้เขาได้พูดถึง การเรียนรู้ภาษาด้วยวิธีที่แสนจะง่ายมากๆนั่นก็คือ การกินยา!! “ผมขอทำนายว่าต่อไปเพียงแค่เราทานยาเข้าไป เราก็จะรู้ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอะไรก็ได้บนโลกนี้ได้ทันที”

หลายคนเริ่มจะสงสัยแล้วว่ายาจะส่งผลต่อความรู้แล้วยาจะมีวิธีการทำยังไง ซึ่งหลักการก็คือใช้กระแสเลือดเป็นตัวนำพา เมื่อเม็ดยาเข้าสู้กระแสเลือดมันก็จะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ไปสู่สมอง และเมื่อยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง มันก็จะส่งข้อมูลให้กับผู้ใช้ ฟังแล้วอาจจะดูเหมือนวุ้นแปรภาษาของโดราเอมอน แต่เขาเชื่ออย่างแน่นอนว่า มันจะต้องเกิดขึ้นจริงแน่ๆในอีก 30 ปีข้างหน้า

4.รองเท้าอัจฉริยะ

บริษัท Startup ชื่อดัง ของอินเดีย ไดคิดค้นและพัฒนา “รองเท้าอัจฉริยะ” สำหรับนำทางเพื่อผุ้พิการทางสายตา ที่มีชื่อว่า “Lechal” มาจากภาษาฮินดูที่มีความหมายว่า “พาฉันไปด้วย” โดยรองเท้าคู่นี้จะเชื่อมต่อบลูทูธกับสามาร์ทโฟน  โดยจะใช้การทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น ในการส่งถ่ายข้อมูลกับ googlemaps แล้วใช้การสั่นเป็นการบอกทางว่าควรเลี้ยวตอนไหน ถึงปลายทางแล้วหรือยัง ซึ่งการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่ผู้ใช้เลือกเป้าหมายว่าจะไปที่ไหน พอเลือกเสร็จก็เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าได้เลย ไม่ต้องหยิบเอาขึ้นมาดูให้เสียเวลาอีก

ซึ่งจุดประสงค์หลักของนวัตกรรมนี้ก็คือการช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาดีขึ้น โดยไม่จำเป็นจ้องพึ่งไม่เท้าหรือสุนัขนำทางอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงเฉพาะผู้พิการทางสายตาเท่านั้นที่จะใช้ได้ คนตาปกติก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้เดิน วิ่ง จ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน ก็สามารถใช้เจ้ารองเท้าคู่นี้นำทางได้ครับผม

ที่มา: flagfrog.com/innovation-cool-change-world

“Beats Headquarter” บุกออฟฟิศแห่งใหม่ของแบรนด์หูฟังระดับโลก


“Beats Headquarter” บุกออฟฟิศแห่งใหม่ของแบรนด์หูฟังระดับโลก

 

ทุกๆครั้งที่มีการทัวร์ออฟฟิศมาฝากกันทีไร เหมือนได้เปิดโลกได้เห็นบรรยากาศการทำงานของแบรนด์ต่างๆเสมอๆ อาทิตย์นี้เป็นคิวของหูฟัง “Beats” ที่ในบ้านเรานิยมใส่ฟังกันให้เห็นตามท้องถนนอยู่บ่อยๆ จากแรกเริ่มก่อตั้งโดยแร็ปเปอร์นักปั้นอย่าง Dr.Dre ภายหลังจากที่มีข่าวขายแบรนด์ต่อให้กับ Apple ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ผ่านไปสองเดือน Apple ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กับการเปิดตัว Headquaters ใหม่ของ Beats เป็นออฟฟิศน่าทำงานที่ใครเห็นแล้วต้องอิจฉา ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของ L.A.

กับอาณาเขตทั้งหมด 105,000 ตารางฟุต และมีพนักงานทั้งหมด 650 คน ออฟฟิศแห่งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นมาโดยสตูดิโอสถาปนิก ชื่อว่า “Bestor Architecture” มีคอนเซปต์หลักคือสีสันที่สดใส ต้อนรับการเดินทางครั้งใหม่ของ Beats “เรามุ่งออกแบบให้สตูดิโอแห่งนี้มีบรรยากาศที่สนุกสนาน” โดยการเลือกใช้รูปทรงเรขาคณิต (โดยเฉพาะกล่องสี่เหลี่ยม) มาใช้ในงานออกแบบครั้งนี้ คุมโทนด้วยสีหลักๆอย่างน้ำเงิน แดง เหลือง (เป็นน้ำเงินแดงเหลืองเฉดแท้ๆที่ไม่มีสีอื่นผสม) “เราเลือกที่จะใช้ไม้ เพราะมันช่วยทำให้ออฟฟิศรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองยิ่งขั้น” นอกจากสีพื้นไม้ที่รับกันดีแล้วยังมีโซนคาแฟ่ที่ให้สีขาวดำสลับ เห็นแล้วน่าไปนั่งจิบกาแฟคุยกับเพื่อนร่วมงานสุดๆ!

จุดสำคัญที่ทำให้ออฟฟิศนี้โดดเด่นในบรรดา Silicon Valley คงจะเป็นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จากดีไซน์เนอร์หน้าใหม่ๆ โดยเฉพาะนักออกแบบจากแถบสแกนดิเนเวียน ที่ช่วงนี้คราฟต์อะไรออกมากันก็ดูสวยไปหมด เป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ค่อยมีให้เห็นในอเมริกา (ส่วนใหญ่จะเป็นยุโรป) บรรยากาศภายในออฟฟิศนอกจากจะดูสบายตาจากสีสันต่างๆแล้ว สถาปนิกยังเลือกใช้แสงธรรมชาติมาให้แสงสว่างแก่ออฟฟิศตามช่องต่างๆ ทำให้คนทำงานรู้สึกไม่อึดอัดอีกด้วย

จะน่าอยู่และน่าสนใจขนาดไหน คิดว่าคงไม่ต้องบรรยายกันให้มากความแล้วดีกว่า แนะนำให้ลองไปแอบดูภาพมุมต่างๆของออฟฟิศด้านล่างได้เลย ทัวร์นี้ฟรี!

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

null

ที่มา: dooddot.com/beats-headquarter