โบกมือลา 10 เทคโนโลยีที่สิ้นชีพไปในปี 2014


ในปีนี้ถือเป็นอีกปีที่มีเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆ ออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีอีกหลายตัวถึงเวลาจบชีวิตปิดตัวไปในปีนี้ด้วยเช่นกัน มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่ได้จากเราไปแล้วบ้าง

Customers Michael, left, and Teresa Hamilly display an Apple

1. iPod Classic

มรดกชิ้น (เกือบ) จะสุดท้ายที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้าของสตีฟ จ็อบส์ ปีนี้ Apple เปิดตัว iPhone 6 แต่พร้อมกันนั้นก็แอบเอา iPod Classic ออกไปจากร้านค้าไปอย่างเงียบๆ โดย Apple ให้เหตุผลในการหยุดจำหน่าย iPod Classic เพราะว่าไม่สามารถหาอะไหล่มาไว้สำรองได้แล้ว ถือว่าปิดฉากเทคโนโลยี Click Wheel ของiPod รุ่นดั้งเดิมไปด้วยพร้อมๆ กัน

และการหยุดจำหน่าย iPod Classic ส่งผลให้มีคนเอาของเก่าทั้งมือ 2 และเก่าเก็บมาประมูลขายผ่าน Ebay ซึ่งบางตัวสามารถประมูลไปได้ถึงหลักแสนหลักล้านบาทกันเลยทีเดียว

02

2. Facebook Poke App

เป็นแอพที่ Facebook ทำออกมาเหมือนจะพยายามเลียนแบบ Snapchat ที่กำลังเป็นที่นิยม แถมตอนแรก Facebook เสนอเงินไปเพื่อซื้อก็ปฎิเสธ และสุดท้ายFacebook Poke App ก็ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ใช้และหายไปอย่างไร้ร่องรอย

03

3. MSN Messenger

แอพสนทนาข้อความที่เคยเฟื่องฟู แต่สุดท้ายพ่ายให้กับแอพแชทบนมือถือและค่อยๆ เสื่อมความนิยมลงไป เมื่อปี 2011 Microsoft ได้ย้ายเอา MSN Messenger ไปรวมไว้กับ Skype ที่ตนเองได้ซื้อมา แต่ว่ายังมีผู้ใช้ในจีนที่ยังใช้เป็น MSN Messenger อยู่ แต่แล้วในปีนี้ Microsoft ก็ได้ปิดบริการของ MSN Messenger ลงอย่างเป็นทางการ

04

4. Orkut

เครือข่ายสังคมออนไลน์ของ Google ที่โด่งดังและมีผู้ใช้เป็นจำนวนมากในบราซิล ในระดับที่ว่า Facebook ต้องจับตามองและพยายามช่วงชิงตลาดนี้มาให้ได้ Orkut เริ่มให้บริการตั้งแต่ปี 2011 แต่ถึงแม้ว่ามันจะได้รับความนิยมในบราซิล แต่ในระดับโลกนั้น Google ไม่สามารถผลักดันให้มันโตได้ สุดท้ายก็ต้องฆ่าตัดตอนยกเลิกการให้บริการไปในปีนี้

05

5. Xbox Entertainment Studio

ปีนี้ถือว่าทิศทางด้านตลาดเกมคอนโซลของ Microsoft ดูจะผิดพลาดและมีปัญหาค่อนข้างมาก ตั้งแต่เรื่องที่ยอดขายของ Xbox One ขายได้น้อยกว่าที่คาดแถมถูก PS4 ของ Sony ขายดีทิ้งห่างไปเกือบเท่าตัว และปีนี้ CEO คนใหม่ของ Microsoft อย่าง Satya Nadella ก็ดูจะไม่ค่อยสนใจผลิตภัณฑ์ด้านเกมซักเท่าไหร่ และการปิด Xbox Entertainment Studio เป็นส่วนหนึ่งในการเลิกจ้างพนักงานไปถึง 18,000 คนของ Microsoft ภายในปีนี้

06

6. Windows XP

ระบบปฎิบัติการรุ่นดึกดำบรรพ์ของ Microsoft ที่มีอายุมาร่วม 10 ปี และประกาศมาตั้งแต่ปีก่อนแล้วว่าจะหยุดการ support และอัพเดตให้กับ Windows XP ภายในปีนี้ และก็ผลักดันให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้ Windows รุ่นใหม่อย่าง 8.1 ซึ่งตอนนี้ก็ดูว่าจะเป็นรุ่นที่โลกลืมในปีหน้าเพราะว่า Microsoft เตรียมเข็น Windows 10 ออกมาในปี 2015 นี้แล้ว

แต่ถึงแม้ Microsoft จะบอกว่าไม่อัพเดตอะไรให้กับ Windows XP แล้ว แต่ก็มีหลายองค์กร, หน่วยงาน และในอีกหลายประเทศ (โดยเฉพาะประเทศจีน) ที่ยังไม่มีท่าทีที่จะเปลี่ยนหรืออัพเกรด OS เพราะมีเครื่องที่ใช้ XP อยู่เป็นจำนวนมาก แถมก็ไม่ง่ายที่จะไปไล่อัพเกรดทุกเครื่องได้ ที่สำคัญคือเรื่องงบประมาณในการเปลี่ยน OS นั้นก็เป็นจำนวนเงินที่มหาศาล

07

7. Justin.tv

เว็บไซท์สำหรับถ่ายทอดสดที่ดูจะคล้ายๆ กับ Youtube แต่ว่าคนที่ใช้งานนั้นค่อนข้างจะมีอิสระ แถมยังมีวิดีโอละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่อยุ่เป็นจำนวนมาก เว็บไซท์นี้ตั้งขึ้นโดยนาย Justin Kan ที่เริ่มด้วยการเอากล้องเว็บแคมแปะไว้กะหัวของเขาแล้วถ่ายทอดสดเป็นเวลาร่วมเดือน

แต่ทว่าบริษัทลูกของ Justin.tv อย่าง Twitch เว็บไซต์ที่ให้เหล่าเกมเมอร์ได้เล่นเกมแล้วถ่ายทอดให้คนอื่นเข้ามาดูกันสดๆ หรือที่เรียกว่า cast เกมนั้นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนดังกว่า Justin.tv และนั่นก็ทำให้ Justin Kan ปิดเว็บ Justin.tv ทิ้งไป และล่าสุด Amazon ก็ได้ควักเงินซื้อกิจการของ Twitch ไปเป็นมูลค่าถึง 980 ล้านเหรียญ

08

8. นิตยสาร Macworld

ถึงแม้ว่าสินค้าของ Apple จะขายดีและผู้คนให้ความสนใจ แต่นิตยสารเก่าแก่ที่เสนอข่าวสารเกี่ยวกับ Apple มาอย่างยาวนานอย่าง Macworld ก็ได้หยุดการตีพิมพ์ไปในเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ยังคงมีเว็บไซต์สำหรับเผยแพร่ข่าวสารต่อไป ถือเป็นนิตยสารหัวใหญ่อีกรายของโลกที่ปิดตัวฉบับพิมพ์ไปตามกระแสยุคดิจิตอลในปัจจุบัน

09

9. Nokia X

สมาร์ทโฟนลูกผสมของ Nokia ที่สามารถใช้แอพของ Android ได้ในราคาที่ไม่แพง สร้างความฮือฮาให้กับแฟนๆ ในช่วงต้นปี แถมยังมีออกรุ่น X2 ตามมาในช่วงกลางปี แต่ทว่าหลังจากที่ Microsoft สามารถบรรลุข้อตกลงในการซื้อกิจการสมาร์ทโฟนของ Nokia มาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงการของ Nokia X นั้นก็ถูกยุบทิ้งไป และไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่ชื่อของ Nokia เองก็ถูกลบออกไปจากสมาร์ทโฟน Lumia และมีชื่อของ Microsoft เข้ามาแทน

10

10. Flappy Bird

เกมนกบินชนท่อที่โด่งดังเป็นพลุแตกข้ามคืนเมื่อช่วงต้นปี 2014 คนทั่วโลกให้ความสนใจเกมที่ดูแล้วไม่ได้มีอะไรนอกจากความยากระดับนรกแตกที่ทำให้เกมจบลงได้ในไม่กี่วินาที แต่นั้นก็นำมาซึ่งความร่ำรวยของนาย ดง เหงียน โปรแกรมเมอร์ชาวเวียดนามที่ได้ค่าโฆษณาในเกมนี้ไปเป็นจำนวนมหาศาล ระดับที่สามารถซื้ออพาร์ทเมนท์ใหม่และถอยรถ Mini Cooper มาขับได้เลยทีเดียว

แถมยังมีดราม่าที่ ดง เหงียน ประกาศเอาเกมนี้ออกจากทุกสโตร์เพราะบอกว่ารับกับความสำเร็จที่เกินความคาดหมายนี้ไม่ได้ หลังจากนั้นก็มีบรรดาเกมลอกเลียนแบบ Flappy Bird เต็มไปหมด

ถึงแม้ว่าสุดท้าย Flappy Bird จะกลับมาอีกครั้งในช่วงกลางปี แถมเป็นเกม Exclusive ลงเฉพาะใน Amazon App Store แต่ผู้คนก็เลิกให้ความสนใจที่จะเล่นมันไปหมดแล้ว และเกมใหม่ของ ดง เหงียนที่ทำออกมา ก็มีคนให้ความสนใจแค่ไม่นานและมันก็ไม่ได้สำเร็จอย่าง Flappy Bird เลยแม้แต่น้อย

ความเห็นของทีมงานล้ำหน้า

10 อันดับนี้ เป็นของ Microsoft ไปถึง 4 อย่างด้วยกัน!!! ต้องยอมรับจริงๆ ว่าปี 2014 นี้เป็นปีที่เหนื่อยสาหัสมากของ Microsoft ที่ต้องปรับกระบวนทัพกันใหม่ทั้งองค์กร เพื่อที่จะต่อสู้กับศึกเทคโนโลยีที่ตอนนี้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ก็ต้องมาดูว่าปีหน้า 2015 Microsoft จะพลิกฟื้นกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งได้หรือไม่

ข้อมูลจาก : Masable

นวัตกรรมใหม่สุดเจ๋ง!! ที่จะเปลี่ยนโลกไปตลอดกาล


เพื่อความสุขของหมู่มวลมนุษยชาติ นักประดิษฐ์และนักพัฒนาจึงระดมมันสมองสร้างเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมาเยอะแยะเต็มไปหมด ก็มีทั้งดีบ้างเฟลบ้าง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย แต่สิ่งที่ เรา จะนำมาให้เพื่อนๆได้อ่านกันในตอนนี้ ก็น่าจะเจ๋งพอที่จะทำให้ชาวโลกตะลึงได้บ้างแหละครับ เพื่อไม่ให้เป้นการเสียเวลา ไปทำความรู้จักกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลกกันเลย

1.คอนแทคเลนส์อัจฉริยะ

ขอนำเสนอคอนแทคเลนส์อัจฉริยะ ที่มี “กล้องถ่ายภาพ” และ “เซนเซอร์” ตรวจจับต่างๆ ที่มาพร้อมกับวงจนอิเล็กทรอนิกส์จิ๋วฝังอยู่ในตัว นั่นคือการทำหน้าที่เป็นเหมือน “ตา” ให้กับผู้พิการทางสายตาทั้งหลาย เพราะสามารถกำหนดให้ภาพที่กล้องของคอนเทคเลนส์ตัวนี้ สามารถ ถ่ายภาพได้ และยังสามารถส่งภาพไปยังส่วนที่เป็นกระบวนการประมวลผล เพื่อถ่ายทอดต่อไปให้ผู้ที่สวมใส่ได้รับรู้เหตุการณ์ในขณะนั้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น แปลงเป็นสัญญาณเสียงทำให้รู้ได้ว่า มีรถยนต์กำลังวิ่งผ่าน ซึ่งมีผลดีต่อผู้ที่พิการทางสายตามากๆ

และไม่ได้หมดแค่นั้น ยังมีเซ็นเซอร์แสง,เซ็นเซอร์ตรวจวัดแรงดัน,เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ หรือ แม้กระทั่งเซ็นเซอร์ตรวจจับสนามไฟฟ้า ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่สวมใส่คอนเทคเลนส์นี้ รู้สึกว่าตัวเองมีสัมผัศที่ 6 ยังไงยังงั้น ผมเองคิดว่ามันก็คล้ายๆกับ google glass เลยนะ

2.นาฬิกาโปรเจคเตอร์

Ritot เป็นนาฬิกาอัจฉริยะรูปแบบใหม่ที่จะฉายภาพการแจ้งเตือนต่างๆ ลงบนหลังมือของคุณตัวแรกในโลก ซึ่งสามารถใช้ฉายข้อมูลต่างๆ ลงไปบนหลังมือของคุณได้เลย ฟังก์ชั่นหลักๆก็คือมันจะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธ แล้วทำการฉายการแจ้งเตือนต่างๆ ลงบนหลังมือของคุณ

โดยฟีเจอร์หลังจะเป็นนาฬิกาบอกเวลา แต่เมื่อมีการแจ้งเตือนอื่นๆเข้ามา มันก็จะสั่นแล้วฉายภาพให้คุณรู้ในแบบ real-time ได้เลย รองรับทั้งแจ้งสายโทรเข้า,facebook,twitter,sms เป็นต้น ถ้าหากคุณอ่านเสร็จแล้วก็ให้ทำการเขย่าข้อมือตัวเองทุกๆอย่างก็จะหายไป

3.ยาเสริมภาษา

ผู้ก่อตั้ง MIT Media Lab ทีมชื่อดังในการพัฒนาอุปกรณ์เจ๋งๆระดับโลก ได้แสดงวิสัยทัศน์ในงาน TED Talk เริ่มจากการคาดการณ์เทคโนโลยีล่วงหน้าในช่วง 30ปี ที่ผ่านมา แล้วเทคโนโลยีเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นจริงขึ้นมา ซึ่งเขาก็ทายถูกหลายอย่างด้วยกัน นอกจากนั้นเขายังกล่าวถึงเส้นทางต่อไปในอนาคตซึ่งตอนท้ายของการบรรยายครั้งนี้เขาได้พูดถึง การเรียนรู้ภาษาด้วยวิธีที่แสนจะง่ายมากๆนั่นก็คือ การกินยา!! “ผมขอทำนายว่าต่อไปเพียงแค่เราทานยาเข้าไป เราก็จะรู้ภาษาอังกฤษ หรือ ภาษาอะไรก็ได้บนโลกนี้ได้ทันที”

หลายคนเริ่มจะสงสัยแล้วว่ายาจะส่งผลต่อความรู้แล้วยาจะมีวิธีการทำยังไง ซึ่งหลักการก็คือใช้กระแสเลือดเป็นตัวนำพา เมื่อเม็ดยาเข้าสู้กระแสเลือดมันก็จะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ไปสู่สมอง และเมื่อยาไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง มันก็จะส่งข้อมูลให้กับผู้ใช้ ฟังแล้วอาจจะดูเหมือนวุ้นแปรภาษาของโดราเอมอน แต่เขาเชื่ออย่างแน่นอนว่า มันจะต้องเกิดขึ้นจริงแน่ๆในอีก 30 ปีข้างหน้า

4.รองเท้าอัจฉริยะ

บริษัท Startup ชื่อดัง ของอินเดีย ไดคิดค้นและพัฒนา “รองเท้าอัจฉริยะ” สำหรับนำทางเพื่อผุ้พิการทางสายตา ที่มีชื่อว่า “Lechal” มาจากภาษาฮินดูที่มีความหมายว่า “พาฉันไปด้วย” โดยรองเท้าคู่นี้จะเชื่อมต่อบลูทูธกับสามาร์ทโฟน  โดยจะใช้การทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่น ในการส่งถ่ายข้อมูลกับ googlemaps แล้วใช้การสั่นเป็นการบอกทางว่าควรเลี้ยวตอนไหน ถึงปลายทางแล้วหรือยัง ซึ่งการใช้งานก็ง่ายมาก เพียงแค่ผู้ใช้เลือกเป้าหมายว่าจะไปที่ไหน พอเลือกเสร็จก็เก็บโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าได้เลย ไม่ต้องหยิบเอาขึ้นมาดูให้เสียเวลาอีก

ซึ่งจุดประสงค์หลักของนวัตกรรมนี้ก็คือการช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการทางสายตาดีขึ้น โดยไม่จำเป็นจ้องพึ่งไม่เท้าหรือสุนัขนำทางอีกต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงเฉพาะผู้พิการทางสายตาเท่านั้นที่จะใช้ได้ คนตาปกติก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะใช้เดิน วิ่ง จ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน ก็สามารถใช้เจ้ารองเท้าคู่นี้นำทางได้ครับผม

ที่มา: flagfrog.com/innovation-cool-change-world

ตั้ง Password ง่ายเกินไปส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง


ตั้ง Password ง่ายเกินไปส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง

มายด์เทอร่า เตือนภัยไซเบอร์

ปัญหาที่น่าปวดหัว!!! ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตคือเรื่อง พาสเวิร์ด  ซึ่งเวลาจะล็อกอินมักจะลืมพาสเวิร์ดทุกที แล้วก็ใช้วิธีการตั้งพาสเวิร์ดง่ายๆแบบที่ใครๆ ก็สามารถเดาได้ แถมยังใช้ทุก account อีกด้วย แบบนี้มันก็สามารถถูกแฮคได้ง่ายๆ เช่นกัน มายด์เทอร่า ผู้ให้บริการระบบไอทีซีเคียวริตี้แบบครบวงจร ก็จะมาเตือนภัยเหล่าไซเบอร์ทั้งหลายถึงวิธีการตั้งรหัสแบบง่ายๆ นั้นส่งผลกระทบอย่างไรกับเราบ้าง เริ่มตั้งแต่

1. เสียชื่อเสียง

2. เสียทรัพย์

3. ผลกระทบต่อองค์กร 

เคล็ด(ไม่)ลับอยากบอกต่อ : รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊ก!!

https://www.mindterra.com/infosec-blog/security-awareness/how-weak-password-causes-effects-to-you/

มาดูวิธีการตั้งพาสเวิร์ดอย่างไรให้ปลอดภัย..

ข้อมูลเพิ่มเติม By มายด์เทอร่า

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mindterra.com

โทร. 0-2530-2062-4

ที่มา: mindterra.com

อยากลองเป็นแฮ็กเกอร์แบบในหนังมั้ย? คุณเองก็ทำได้ภายใน 5 วินาที


อยากลองเป็นแฮ็กเกอร์แบบในหนังมั้ย? คุณเองก็ทำได้ภายใน 5 วินาที

หลายคนคงเคยเห็นฉากการจารกรรมข้อมูลผ่านทางระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในภาพยนตร์ฮอลลีวูด
หรือแม้แต่ในละครไทยบางเรื่องก็ยังมี

tvhacks

แต่การเข้าถึงระบบข้อมูลในภาพยนตร์กับในชีวิตจริงนั้นต่างกันลิบลับเลย
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใช้แฮ็กข้อมูลในภาพยนตร์มักมีสีสันสวยงามแฮ็กเกอร์จึงดูเท่มาก

moviehacker
แต่ในชีวิตจริงคงมีแต่ตัวหนังสือบนหน้าจอเต็มไปหมด ดูน่าเบื่อสิ้นดี

ถ้าอยากเท่แบบแฮ็กเกอร์ในหนังบ้าง แต่ไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลย
วันนี้หมีขาวมีวิธีง่ายๆ มาฝากจ้ะ รับรองเท่เหมือนในหนังแน่นอน

1. เข้าไปที่เว็บไซต์ www.fediafedia.com/neo/

2. กด F11 ขยายหน้าจอบราวเซอร์ให้เต็มจอเพื่อความสวยงาม

3. กดเลือกฉากการแฮ็กที่ต้องการ ตอนนี้มี 9 แบบให้เลือก

sam-the-cat01

4. เมื่อเข้าไปสู่หน้าจอการแฮ็กแล้ว ก็กระทำการกดปุ่มมั่วๆ รัวๆ ได้เลย สวมบทบาทว่าเราทำการแฮ็กอยู่

sam-the-cat03

5. กดปุ่มดังต่อไปนี้ / * – + 2 0 บนแป้นตัวเลข Numpad เพื่อเปิดใช้เอฟเฟกต์ต่างๆ ที่จะทำให้ดูน่าตื่นเต้นเหมือนในหนังมากขึ้น หากต้องการหยุดเอฟเฟกต์ให้กดปุ่ม ESC

sam-the-cat02

เพียงเท่านี้ทุกท่านก็สามารถสวมบทบาทเป็นแฮ็กเกอร์เหมือนดาราฮอลลีวูดได้แล้วจ้ะ

หมีขาวขอตัวไปแฮ็กระบบช่วยกู้โลก ขัดขวางแผนการของผู้ก่อการร้ายก่อน ขอให้ทุกคนสนุกกับการแฮ็กนะจ๊ะ !

ที่มา: fediafedia.com/neo

ที่มา: meekhao.com/it/fake-hacker