ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า


ศึกเพจดัง Drama-addict ตอกกลับ CSI LA คดีเกาะเต่า

   ข่าวเกาะเต่า ล่าสุด เกิดศึกระหว่างเพจชื่อดัง หลัง CSI LA ท้าให้นำ นมสด ผู้ใหญ่วอ ดีเบตต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เจอเพจ Drama-addict ออกมาโต้ว่า หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ประกาศท้านายวรท ตู้วิเชียร หรือ นมสด ลูกชายของนายวรพันธ์ ตู้วิเชียร หรือ ผู้ใหญ่วอ เจ้าของร้าน เอซี บาร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีเกาะเต่า ดีเบตออกสื่อ ต่อหน้าเครื่องจับเท็จ เนื่องจากไม่เชื่อผลการตรวจดีเอ็นเอ และอยากให้ใช้จอบในการทดลองบาดแผลเพื่อตรวจสอบดูว่าแผลที่เกิดขึ้นบนตัสผู้เสียชีวิตนั้นเกิดจากจอบจริงหรือไม่

ล่าสุด (2 พฤศจิกายน 2557) ก็กลายเป็นศึกระหว่างเพจเฟซบุ๊กเป็นที่เรียบร้อย เพราะหลังจากเพจ CSI LA โพสต์ข้อความดังกล่าวไป ทางด้านเพจ Drama-addict ซึ่งมีแอดมินเป็นนายแพทย์ท่านหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้ว่า “ทางเพจ CSI LA ไม่มีหลักฐาน เรื่องที่เขาพูดผิดหลักนิติเวช ผิดหลักการแพทย์ เรื่องยานอนหลับเขาก็อธิบายเวลาออกฤทธิ์ของยาผิดเละเทะเลย แล้วเขาก็มโนไปเองว่าผู้ตายต้องถูกวางยาแล้วลากไปข่มขืน ทั้งที่มีการตรวจสารพิษและยานอนหลับในร่างผู้ตายตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มี แต่เพจนั้นก็ยังยืนกรานว่าต้องมีคนวางยาแล้วลากไปข่มขืน พอฝ่ายชายมาช่วยแล้วก็ถูกคนชกด้วยมีดแบบพิเศษจนเป็นแผล

ซึ่งทางหมอพรทิพย์ก็เคยออกมาอธิบายลักษณะแผลแล้วว่ามันเป็นแผลที่สามารถเกิดจากการถูกจอบฟันได้ แต่ก็ไม่เชื่อกันไปเชื่อแต่เรื่องที่ CSI LA พูดมั่ว ๆ ว่า นายนมสดต้องเป็นฆาตกรแน่ ๆ แถมยังมุ่งแต่จะใช้เครื่องจับเท็จกับนมสดและพม่าทั้งสองคนอยู่ได้ เคยมีคดีที่ศาลไม่รับหลักฐานจากเครื่องจับเท็จมาแล้ว มันเป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำต่ำกว่า ทำไมถึงหวังพึ่งเครื่องจับเท็จมากกว่าผลดีเอ็นเอ พอผลออกมาว่าไม่เกี่ยว เพจ CSI LA ก็บอกว่าไม่เชื่อผลตรวจเพราะเร็วเกินไป แต่เดี๋ยวนี้การตรวจดีเอ็นเอของนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจเช้าเย็นก็ได้ผลแล้วนะ

  แอดมินเพจ CSI LA มันไม่มีความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์เลย ที่พูดให้คนเชื่อนั่นเป็นจินตนาการของเขาล้วน ๆ การเอาหลักการที่ไม่ถูกต้องมาตั้งสมมุติฐาน มันจะสามารถหาตัวคนร้ายที่เป็นคนลงมือได้จริง ๆ หรือจะเป็นการหาแพะอีกตัวมาสังเวยความบ้าคลั่งกันแน่ สิ่งที่เพจ CSI LA ทำอยู่มันไม่ใช่การหาคนร้ายแล้ว แต่มันคือการล่าปอบ จนถึงตอนนี้หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ทุกอย่างก็ไปทางเดียวกันว่าพม่าสองคนนั้นมีส่วนแน่ ก็ไปว่ากันต่อในชั้นศาล หรือถึงขนาดนี้แล้วพวกคุณจะไม่เชื่ออะไรเลย ถ้างั้นก็ให้เขาเอานายนมสดไปประหารชีวิตเลยไหมล่ะพวกเอ็งถึงจะสาแก่ใจ”

พร้อมบอกว่า ที่ออกมาพูดนี่ไม่ได้มาแก้ตัวแทนตำรวจ เข้าใจว่าคนไทยส่วนมากเกลียดตำรวจ แต่อย่าให้ความเกลียดมาเป็นอคติจนฟันธงว่าตำรวจต้องจับแพะแน่ ๆ เชื่อมั่นในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์กันหน่อย หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มันโกหกไม่ได้หรอกนะ ส่วนประเด็นที่คนบอกว่าตำรวจทำงานหละหลวม ประชาชนจึงมีข้อสงสัย อันนี้เห็นด้วยก็ด่าตำรวจกันไปตามสะดวก แต่เมื่อพูดถึงการตั้งสมมติฐานว่าใครเป็นฆาตกร อันนี้เราต้องพูดกันด้วยข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ขอให้แยกแยะประเด็นทั้งสองออกจากกันด้วย อย่างเช่น เรื่องแผลบนตัวผู้ตายเนี่ย เพจนั้นยืนกรานว่าเป็นมีดแน่ ๆ แต่ถ้าเปิดตำรานิติเวชดูจะเห็นในตำราเขียนไว้ชัดเจนว่าแผลลักษณะนั้นมันเกิดจากของแข็งไม่มีคมได้จริง ๆ แนะนำให้เปิดตำรานิติเวชมาดูกันเลย

ที่มา: http://hilight.kapook.com/view/110561
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก CSI LA , เฟซบุ๊ก Drama-addict

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์


 

กลายเป็นเพจที่กำลังมาแรงที่สุด ในตอนนี้สำหรับ  “CSI LA” หลังจากเกาะติดคดีฆ่า 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่าแบบกัดไม่ปล่อย เรียกได้ว่าแลกกันหมัดต่อหมัดกับตำรวจไทยกันเลยทีเดียว

ล่าสุดทีมงาน Sanook! Hitech ได้ติดต่อผู้ดูแลเพจ CSI LA มาสัมภาษณ์กันแบบ Exclusive ถึง “ความเป็นมาของ CSI LA” เพจที่กำลังร้อนแรงอยู่ขณะนี้ 

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

ครั้งแรกกับบทสัมภาษณ์ แอดมินเพจ “CSI LA“ นักสืบโลกออนไลน์

เชื่อว่าชาวไซเบอร์หลายๆ คนคงอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเพจนี้ เพราะสไตล์การนำเสนอข้อมูลในเชิงลึก กล้าได้กล้าเสีย เกี่ยวกับคดีเกาะเต่า หรือการวิจารณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่แบบกัดไม่ปล่อย ไม่กลัวคำขู่ของใครหน้าไหนทั้งนั้น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนบนโลกออนไลน์ให้เข้าไปบริโภคข้อมูลใหม่ๆ จนตอนนี้จำนวนแฟนเพจพุ่งขึ้นไปหลักหลายแสน

เราจึงพยายามสืบเสาะหา เรื่องราวของ “CSI LA“ มาให้ได้อ่านกันว่าจริงๆ แล้วจุดกำเนิดของ “CSI LA“ มีความเป็นมาอย่างไร?

แนะนำตัวให้เพื่อนๆ รู้จักหน่อยได้ไหม

CSI LA: ผมเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ที่อเมริกาอยู่ที่นี่มา 20 ปีเเล้วครับ เเต่ชอบติดตามการเมืองไทยเเละต่างประเทศ ส่วนตัวผมเป็น Data Scientist ทำงานให้กับหน่วยงานหนึ่งของอเมริกา แต่เรื่องส่วนเรื่องผมคงให้ข้อมูลได้เท่านี้ เพื่อความปลอดภัยของผมเอง

ทำเพจ “CSI LA” มานานหรือยัง

CSI LA: เราเริ่มทำตอนประมาณเดือน มีนาคมครับ หรือประมาณ 7 เดือนที่เเล้ว ซึ่งการที่ยอดของแฟนๆ ทะยานขึ้นสูงถึง 317,240 likes มันคือ the power of social network (network effect) ผมทำเพจ csi la เพื่อเป็นเพจเเลกเปลี่ยนความเห็น ตั้งใจให้ลักษณะคล้ายกับ Pantip เเต่ของเราหาความจริงได้เร็วกว่าผมต้องการสอนคนไทยให้คิดเองเป็น เบื่อกับการเสนอข้อมูลเเบบเก่าๆ ที่ไม่มีที่มา เเละเชิงมโน โดยข้อมูลที่นำเสนอ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปหมด มีการอ้างอิงแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ ถ้าเรากำลังหาคำตอบผมจะตั้งคำถามเเละให้ทุกคนช่วยกันคิด เราจะใช้เหตุผลมาหักล้าง

อะไรคือเหตุผลที่ทำเพจนี้ขึ้นมา หรือเพราะทางทีมงานสะดุดใจกับอะไร หรือมีอะไรเป็นพิเศษ?

CSI LA:  ทำเพราะเบื่อข้อมูลบิดเบือนครับ ผมเห็นเพื่อนๆ เเชร์ข้อมูลบิดเบือน เลยรำคาญจึงทำเพจนี้ขึ้นมาเพื่อจับโกหก เเละทำให้พวกเขาเงิบ เพราะในเฟสบุ๊คชอบแชร์ข้อมูลเเบบไม่มีที่มาที่ไป เเละมีการปลุกปั่นตลอดเวลา

พอบอกได้ไหมมีทีมงานประมาณกี่คน?

CSI LA:  เรื่องวิเคราะห์มีผมคนเดียว ผมวิเคราะห์เเละทำ Graphics คนเดียว เเต่มีคนหาข้อมูลเยอะๆ มาก คนที่ส่งข้อมูลมาให้มีเยอะ ตอนนี้มีคนส่งข้อมูลให้ทุกนาที เป็นพันๆ ข้อความในเวลา 24 ชม. อย่างกรณีที่ทางทีมเราสามารถรู้ว่าล่ามเป็นคนขายโรตีที่เกาะสมุย และผมสามารถหาว่าเขาขายอยู่ที่ไหน ด้วยการถามเพื่อนๆ ในเพจ ภายใน 1 ชม. เราได้ภาพของคนขายโรตี ที่หน้าวัดพระใหญ่ สิ่งที่ผมทำเขาเรียกว่า Crowd Sourcing

เห็นเพจและทวิตเตอร์มีคนชอบและพูดถึงจำนวนมาก รู้สึกยังไง? 

CSI LA: ผมเก็บข้อมูล เเละ บทสนทนาเขาไว้หมด เเน่นอนครับ คือเพจเราขาประจำจะเป็นนักคิดอยู่เเล้ว บอกตามตรงผมรู้สึกเฉยๆ นะ ถึงจะมีเเฟนถึง 3 เเสนคนยังรู้สึกเหมือนวันเเรกๆ ที่มีเเฟนๆ เเค่ 5000 เเต่ดีใจมากๆ ที่ทุกคนที่เข้ามา มองข้ามเรื่องสีเเละเข้ามาสามัคคี ประทับใจมากๆ ที่เป็นทางเลือกใหม่ให้คนไทย ทุกๆคนออกมาร่วมเเรงร่วมใจกัน

ผมว่าเราทำ graphic ที่ทำให้คนเข้าใจง่ายด้วย คือเขียนเเบบไม่ยาวมาก เเต่ภาพที่ผมทำมา ทำให้คนเข้าใจง่ายๆ หลักการง่ายๆ Compare and contrast  เเละ Visualization ที่อมริกา เราถูกฝึกมาให้เขียนตรงประเด็นได้ใจความ ใช้รูปภาพอธิบาย

อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ และคนที่ติดตามมั้ย?

CSI LA: สิ่งที่พวกเราทำนั้นเรียกว่า Crowd Sourcing คือการที่ใช้มวลชนเป็นพันๆ หมื่นๆ คนมาช่วยกันคิดช่วยกันทำงาน โดยเฉพาะสังคม online ที่ทำด้วยใจรักเเละบริสุทธิ์ ไม่ได้หวังสิ่งตอบเเทนใดๆ เเทนที่จะใช้ลูกจ้าง หรือ ข้าราชการเท่านั้นไปทำงาน นี่คือสิ่งที่พวกนัก Programmer เขาทำกันพวก Developer เขาทำกัน พวก Opens Souce Software Developer เขาก็ทำกันอย่างนี้เขาเรียกว่า “สามัคคี”

สุดท้ายแอดมินผู้ดูแลเพจ CSI LA ยังคงย้ำจุดยืนว่าพวกเขาไม่มีสีอะไรทั้งนั้น อยากให้คนไทยก้าวพ้นเรื่องสี เเละมีสีเดียวคือ “สามัคคี” เพราะประสบการณ์ที่เราเห็นๆ นั้นสามารถทำอะไรก็ได้ถ้าเราร่วมใจกัน

“ถ้าเราทำสิ่งนี้สำเร็จ เราจะเป็นประเทศเเรกในโลกที่มีคนเป็นเเสนๆ คนร่วมกันจับคนร้าย และอยากฝากให้คุณดูการวิเคราห์ของผมเรื่องการจับผิดเรื่องรถผีด้วยครับ”

ในโลกออนไลน์มีทั้งจุดขนานและจุดเชื่อมต่อกับโลกของความเป็นจริง โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงตัวต่อโลกภายนอกได้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะคนรวยคนจนคนธรรมดาก็สามารถสร้าง “ตัวตน” ให้เป็นที่รู้จักขึ้นมา

ซึ่งนี่คงเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพจชาวบ้านธรรมดาจุดเริ่มต้นของสมาชิกแค่หลักพัน จะมีอิทธิพลมหาศาลจนกลายเป็นหลักแสน และบททดสอบต่อไปคือ ประธานชุมชนอย่าง CSI LA จะดูแลและใส่ใจลูกบ้านของตนเองได้ดีแค่ไหน?

ขอบคุณภาพและข้อมูล: แฟนเพจ CSI LA