16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก..เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย


ใครที่เป็นคอหนังแนวเทพนิยาย เคยสงสัยมั้ยค่ะว่า ฉากสวยๆ พวกต้นไม่หรือปราสาทต่างๆ เหล่านั้น มันมีจริง หรือว่าแค่ CG กันนะ.. คงจะดีถ้ามันเป็นของจริง และเราได้ไปเห็นด้วยตาเราเอง วันนี้ GFC จะพาเพื่อนๆ ไปดูของสวยๆ งามๆ กันจ้า รับรองว่าแต่ละอันนี่สวยๆ กันแบบเห้ย!!…มีอยู่จริงๆ บนโลกนี้ด้วยเหรอ!?

สำหรับต้นไม้นั้นก็นับได้ว่า เป็นสิ่งที่สำคัญต่อโลกใบนี้ของเราอย่างมาก ถ้าเรื่องง่ายๆ ก็คือให้ร่มเงา และปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมนั่นเอง แต่ถ้าเรื่องที่ใหญ่ที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ต้นไม้สามารถดูดซึมคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างออกซิเจนให้กับสิ่งมีชีวิตนั้นเอง

และต้นไม้เหล่านั้นก็มีบางต้นที่เรียกได้ว่าสวยดุจราวออกมาจากเทพนิยายเลยก็มิปาน วันนี้เราจึงขอพาไปชม 16 ต้นไม้ที่สวยที่สุดในโลก ว่าแล้วเรามาชมกันเลยค่ะ
….

125+ ปี เมือง Rhododendron ประเทศ Canada

146.…

144 ปี Wisteria ประเทศญี่ปุ่น

232

Wind-Swept ประเทศนิวซีแลนด์

330

Japanese Maple Portland

419

Antarctic Beech Draped Hanging Moss Oregon

617….

Blooming Cherry Trees เมือง Bonn, ประเทศเยอรมนี

714 (1)

Angel Oak In John’s Island, South Carolina

815

Flamboyant Tree, Brazil

913

Dragonblood Trees, Yemen

1010

The President, California

1114 (1)

Maple Tree Tunnel in Oregon

1213

Rainbow Eucalyptus In Kauai, Hawaii

1312 (1)

Jacarandas in Cullinan, South Africa

147 (1)

Avenue Of Oaks At Dixie Plantation In South Carolina

155

Baobab Trees, Madagascar ต้นไม้ในเรื่องเจ้าชายน้อยนั่นเอง ><”162

The Dark Hedges In Northern Ireland

172 (1)

 

cr: postjung.com

ป่าอาโอกิกาฮาระ ป่าอาถรรพ์สุดหลอนแห่งญี่ปุ่น (ป่าฆ่าตัวตาย) 20+


อาโอกิงาฮาระ ถูกจัดเป็นสถานที่ที่มีคนมาฆ่าตัวตายมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสะพานโกลเดนเกต
ของสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ทำไมต้องเป็นป่าแห่งนี้ อาซึสะ ฮายาโนะ ผู้ศึกษาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้มานานกว่า
30 ปี เผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเลือกมาฆ่าตัวตายที่อาโอกิงาฮาระ
อาจเป็นการทำตามกระแส 

โดยเมื่อปี 1960 เคยมีนวนิยายเรื่อง ‘ทะเลป่าสีดำ’ (Black Sea of Trees)ของนายSeicho matsumoto
เป็นสถานที่ที่สองตัวละครในนวนิยายของเขามาฆ่าตัวตาย 

(แต่ความจริงของความจริงสำหรับเรื่องนี้คือ ในศตวรรษที่19 เหล่าชาวนาผู้ทนความยากจนข้นแค้น
ไม่ไหวเลยเดินทางมาฆ่าตัวตายที่นี่เพื่อให้ ลูกๆของพวกเขามีอาหารพอเพียงที่จะมีชีวิตรอด )

แต่การฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ มีมาก่อนนวนิยายเรื่องดังกล่าวจะถูกเขียน และสิ่งที่เขาพบในป่าตลอดหลายสิบปี
ทำให้รู้ว่า ผู้ที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวเอง มักไม่มีความคิดที่จะกลับออกไปอีกแล้ว บางคนยังมาอาศัยอยู่ที่นี่
ก่อนที่จะจบชีวิตตัวเอง หรือบางคนที่ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะตายดีหรือไม่ ก็มักจะทิ้งเครื่องหมายบอกทางไว้เสมอ
เพื่อบอกทางกลับหากเขาเปลี่ยนใจไม่ฆ่าตัวตาย

อาซูสะ ฮายาโนะ ซึ่งศึกษาและดูแลผืนป่าอาโอกิกาฮาระมานานกว่า 30 ปี บอกว่า แม้ตัวเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่า
กระแสนิยมเช่นนี้มีที่มาอย่างไร หน้าที่ประจำอย่างหนึ่งของเขาก็คือ ค้นหาศพคนที่ฆ่าตัวตายในป่า หรือเข้าไป
ห้ามปรามหากยังไม่สายเกินไป ซึ่งตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เฉพาะตัวเขาคนเดียวก็พบศพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ศพ

นักธรณีวิทยาวัยกลางคนผู้นี้นำทีมถ่ายทำสารคดีจาก Vice World เข้าไปยังสถานที่ซึ่งชื่อว่า “จูไก”
เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ที่พบเจอมาเขาชี้ให้ทีมงานดูร่องรอยบางอย่างบนต้นไม้ ซึ่งแสดงให้เห็นสภาพจิตใจ
ของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่บางคนที่เปลี่ยนใจขอมีชีวิตอยู่ต่อ

บางคนอาจนึกสงสัยว่า ฮายาโนะ มีสภาพจิตไม่ปกติ จึงสนใจเรื่องความตายมากเช่นนี้ แต่เมื่อรับชมสารคดีต่อไปเรื่อยๆ
ก็จะพบว่าหนุ่มใหญ่เสียงนุ่มและช่างครุ่นคิดคนนี้เพียงปรารถนาจะเข้าใจ และป้องกันมิให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นอีกเท่านั้น
สารคดีดังกล่าวยังเผยภาพชวนสยองในป่ามรณะ ไม่ว่าจะเป็นร่างไร้วิญญาณที่ห้อยอยู่บนต้นไม้ รวมถึงทรัพย์สินของผู้ตาย
และร่องรอยของความโศกเศร้าหรือลังเลก่อนที่พวกเขาจะตัดสินใจลาโลก

ป้ายเตือนสติถูกปักไว้ทรงจุดเชื่อมระหว่างทางเดินชมธรรมชาติกับพื้นที่ห้ามเข้า เพื่อให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย
ทบทวนใหม่ให้ดี เพราะเมื่อก้าวออกจากจุดนี้ไป หลายคนไม่มีวันได้ย้อนกลับมาอีกบางคนที่ยังตัดสินใจไม่เด็ดขาด
ว่าจะฆ่าตัวตายหรือไม่ ใช้สายเทปโยงตามเส้นทางที่ตนเองเดินมา เพื่อจะย้อนกลับไปสู่โลกภายนอกได้อีก
หากเปลี่ยนใจ

“แต่ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าคุณเดินตามเทปพวกนั้นไปก็จะพบอะไรบางอย่างเสมอ” 
เขาบอก
“อาจจะพบศพ หรือไม่ก็ร่องรอยว่าเคยมีคนไปถึงที่นั่น”

อย่างไรก็ตาม ฮายาโนะระบุว่า ค่านิยมของการฆ่าตัวตายของชาวญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สมัยก่อน ซามูไร
กระทำการ ‘ฮาราคีรี’ หรือการคว้านท้องปลิดชีพตนเอง เพื่อเป็นเกียรติต่อตัวเอง แต่การฆ่าตัวตายในปัจจุบัน
สะท้อนให้เป็นปัญหาของสังคมยุคใหม่ ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่คนตัดขาดจากสังคม หรือถูกสังคมโดดเดี่ยวมากขึ้น
อันเป็นผลจากอินเทอร์เน็ต “ทุกวันนี้ เราสามารถมีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์ได้ตลอดทั้งวัน 

แต่ความจริงที่ว่า ยังจำเป็นที่เราต้องพบหน้าใครสักคน อ่านความรู้สึกทางสีหน้า หรือได้ยินเสียง เพื่อให้เราเข้าใจ
ความรู้สึกกันได้อย่างถ่องแท้ เพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข



ป่าแห่งนี้ไม่ได้โด่งดังเฉพาะในญี่ปุ่น คนทั่วโลกรับรู้ถึงความแปลกประหลาด และน่าสะพรึงกลัวของมัน
จนกระทั้ง เจนนิเฟอร์ เซนท์ส นัดจิตวิทยา ร่วมกับ จอห์น เอล. สกิลล์ตัน ผู้ชื่นชอบในการบุกเกบิก
พร้อมกับทีมงานกลุ่มหนึงได้เดินทางไปยังป่าแห่งนี้ เพื่อถ่ายทำสารคดีและพิสูจน์ความจริง ด้วยสมมติฐานว่า
“ผู้ที่เข้าไปในป่าอาโอกิงาฮาระ จะพบอะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเขาอยากตาย”

เจน ญาณทิพย์..เอร๊ยยเจนนิเฟอร์ เล่าว่า “ทันทีที่เดินเข้าไปในป่าตามลำพัง บรรยากาศนั้นเงียบวังเวงมาก
คุณอาจพบเศษซากของผู้ที่ฆ่าตัวตาย เช่น เศษเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้อความจารึกบนต้นไม้ บางข้อความ
เป็นการสั่งเสีย บันทึกเวลาตาย รวมถึงระบายความมทุกข์ แต่ที่แน่ๆ ในป่าแห่งนี้รู้สึกถึงความรันทดสิ้นหวัง
ว่างเปล่า และแน่นอนคุณจะคิดถึงความตาย ไม่แปลกถ้าอยู่ดีๆ คุณจะอยากตายขึ้นมา”



ส่วนจอห์น เล่าว่า “ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างจ้องผมทุกที่ตลอดเวลา ยิ่งเดินลึกเข้าไไปในความเงียบ
ยิ่งทำให้ผมประสาท บางอย่างทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาที่แย่มากในชีวิต เหมือนภาพนิมิตที่ผุดออกมาเรื่อยๆ
เรื่องแล้วเรื่องเล่า มันเป็นเหมือนสุสานที่เชื้อเชิญคุณให้คุณทิ้งปัญหาทุกอย่างเสีย แล้วก้าวสู่ความตาย”

ปัจจุบันนี้ ป่าแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมอย่างเช่นตั้งแคมป์ แข่งกีฬากลางแจ้ง
แต่คนที่เคยไปต่างเกิดความรู้สึกเดียวกัน ว่าที่แห่งนี้บรรยากาศไม่ดี น่าหดหู่ บางครั้งยังรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตา
จ้องมองมาจากในป่า ทำให้อาโอกิงาฮาระ ได้ชื่อว่าเป็นป่าอาถรรพณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
และมีผู้เดินทางไปเพื่อพักผ่อนชั่วคราว หรือพักไปตลอดกาลอย่างไม่ขาดสายทุกปี

credit :: ไทยรัฐออนไลน์

ศิลปะอาร์ตๆบนฝาท่อระบายน้ำ พบได้แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น !!


20090808_068p
ธรรมชาติของคนเราเวลาไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆนั้นคงจะต้องมองหาความงามของธรรมชาติ หรือไม่ก็ความงามของเมืองนั้นๆเป็นแน่…
แต่บางครั้งถ้าเราสังเกตสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราให้ดีก็อาจจะได้ของแถมที่คนอื่นๆ ไม่เห็นกลับมาด้วยก็ได้!! ของแถมที่ว่านี้ก็คือ “ศิลปะบนท่อระบายน้ำ”   ความจริงแล้วฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่นในยุคแรกนั้นมีลวดลายทรงเรขาคณิตเหมือนกับประเทศอื่นๆ และติดตั้งอยู่แค่เมืองหลักๆเท่านั้น จนมาในปี 1980 ทางรัฐบาลได้มีนโยบายขยายระบบการวางท่อระบายน้ำออกไปในต่างจังหวัดแต่เกิดการต่อต้านจากประชาชนขึ้น ทางรัฐบาลจึงหาวิธีการใหม่โดยการทำให้ท่อระบายน้ำนั้นมีลวยลายเป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามเพื่อเอาใจเหล่าบรรดาคนที่ต่อต้าน จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของฝาท่อระบายน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นขึ้น!! img_2   ฝาท่อระบายน้ำนั้นจะมีลวดลายที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เพื่อเน้นจุดเด่นของท้องถิ่นนั้นๆเช่น ธรรมชาติ วัฒนธรรม สถานที่ที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงภาพวาดฝีมือเด็กๆที่ถูกนำมาเป็นลวดลายของฝาท่อระบายน้ำก็มี!! เรียกได้ว่าฝาท่อระบายน้ำจะบ่งบอกวัฒนธรรมความเป็นอยู๋ของสังคมนั้นๆได้อย่างดีเยี่ยมเลย จึงทำให้ฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่นกลับมีชื่อเสียงขึ้นมาและเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เมื่อมาญี่ปุ่น ผู้คนที่มาเที่ยวญี่ปุ่นต่างก็มองหาของแถมอย่างฝาท่อระบายน้ำเพื่อที่จะถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกด้วย!!! fa6bec4ad18cdcdb8706a5d70d21f02a e0197164_15373681 e37772f1b2d77325491f51a9e00da1e2 b8c27e5a52414663f15939716e62f3d5 b282ef755ff1593011e86b4eb55736af c8ca1affbc426d81ab1d2b39800c8b3b e890eb0b2483ad2b7cb5cd54f110ef5b   220090527142220 20110214144851 16410129 OLYMPUS DIGITAL CAMERA 64592d520cfa0fe3ef1ed39b76a9826c OLYMPUS DIGITAL CAMERA 0874459c555db145f0f24eb2da66336c 3c55e012b2a1767023393ef35dcd7884 7b3e8d5b42d8845db849a860c2cd18ec 797aa5174704a9176d3692a5d8cd7c7e 97bcd2a62436d83ac40f1c3210db9763 92f2e40577e99a71331421e3e8003694 60a549190dfb87cbfa5ce2b3aaad2dd2
ที่มา: anngle.org/th/j-lifestyle/jidea/manhole-art

5 อันดับ สถานที่ชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น


ช่วงนี้ เชื่อว่าคนไทยหลายๆ คน สนใจที่จะไปชม ใบไม้เปลี่ยนสี จากทั่วโลกแน่ๆ แต่ที่ใกล้ที่สุด ก็คือญี่ปุ่นนั่นเอง พอพูดถึงประเทศญี่ปุ่น หลายๆ คนอาจจะนึกถึง ดอกซากุระ ซึ่งก็ต้องรอดูช่วงเดือน เมษายนโน่น แต่ถ้าเป็นช่วงเดือนตุลาคม – พฤศจิกายน ก็ต้องอยากไปชมใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งก็สวยงามไม่แพ้ไปชมดอกซากุระเลย เอาล่ะ ถ้าใครจะไปญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเมืองโตเกียว มาดูกันว่า จะไปชมใบไม้เปลี่ยนได้ที่ไหนกันบ้าง

ใบไม้แดงในสวน Rikugien by 工藤隆蔵

5 อันดับ สถานที่แนะนำสำหรับชม ใบไม้เปลี่ยนสี ในโตเกียว ญี่ปุ่น

อันดับ 1 สวนริคุงิเอน (Rikugien)

Rikugien by japan-guide.com

สวนริคุงิเอน เป็นสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ JR Komagome (JR Yamanote Line) หรือรถไฟใต้ดินนัมโบคุ เดินจากสถานีโคมาโกเมะเพียง 5-10นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยค่าเข้าจะอยู่ที่300 เยน

สวนริคุงิเอน นั้นจะเป็นที่นิยมมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงครับ เนื่องจากในสวนนั้นจะมีต้นเมเปิ้ลอยู่มาก และในช่วงที่มีใบไม้เปลี่ยนสี สวนนี้ก็จะเต็มไปด้วยใบไม้สีแดงดูแล้วสดชื่นและอิ่มเอมกันไปเลยครับ ถ้าใครได้มากับคนรู้ใจก็คงจะมีความสุขไม่ใช่น้อยเลย

ที่นี่จะเปิดบริการตั้งแต่เวลา 9.00น. และจะปิดในเวลา 17.00น. ยกเว้นในช่วงดอกซากุระบานหรือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่ก็จะปิดในเวลา 21.00น. ครับ ที่ปิดช้ากว่าปกติเนื่องจากในสวนจะมีการจัดแสดงไฟให้ชมกันด้วยครับ น่าสนใจและน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว

อันดับ 2 สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเอง (Koishikawa Korakuen)

Koishikawa Korakuen by Japan Web Magazine

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองเป็นอีกหนึ่งสวนสาธารณะที่โดดเด่นในเรื่องของการชมใบไม้เปลี่ยนสี เช่นเดียวกัน นอกจากจะมีต้นเมเปิ้ลที่ให้สีแดงและสีส้มคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดู ใบ้ไม้ร่วงนี้แล้ว ยังมีต้นแปะก๊วยที่ให้สีเหลืองอะหร่ามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนอีก ด้วย

สวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองตั้งอยู่ติดกับโตเกียวโดม เป็นฮอลล์ขนาดใหญ่ซึ่งมักจะมีการจัดแสดงคอนเสิร์ทอยู่เสมอ ผู้คนบริเวณโดยรอบสวนก็คงจะดูเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ทนั่น เอง ที่สำคัญเวลาเราอยู่ในสวนเราก็จะสามารถเห็นโตเกียวโดมเป็นฉากหลังได้อีกด้วย ครับ เวลาถ่ายรูปออกมาคงดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

การเดินทางมายังสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองนั้น ควรลงที่สถานี Iidabashi ออกทางประตู C3 แล้วเดินต่อมาอีกประมาน 5-7นาทีก็จะถึงทางเข้าสวนแล้วครับ โดยสวนโคอิชิคาวะ โคระคุเองจะมีค่าเข้าที่ 300 เยน เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 9.00น. ถึง 17.00น. เข้าประตูได้ไม่เกิน16.30น. ครับ

อันดับ 3 มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo / Todai)

University of Tokyo by <a href=

ที่ โทได หรือ มหาวิทยาลัยโตเกียว นั้น เป็นสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่ง เมื่อคุณเข้าไปในนั้น คุณจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในละครซี่รี่ย์เลย โดยเฉพาะใครที่มากับคนรู้ใจจะยิ่งรู้สึกถึงความอบอุ่นและโรแมนติกแบบสุดๆ เพราะที่นี่จะมีต้นแปะก๊วยที่ให้ใบสีเหลืองอร่ามตลอดทางตัดกับตัวอาคารที่มี สีแดงอิฐ สร้างความโดดเด่นให้แก่ใบแปะก๊วยสีเหลืองสด ทั้งนี้ยิ่งถ้ามีใบไม้ร่วงเต็มพื้นด้วยจะยิ่งรู้สึกประทับใจแบบไม่รู้ลืม

การเดินทางมายังมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้น ให้นั่งรถไฟ Tokyo Metro Namboku Line ลงที่สถานีTodaimae ก็จะเจอกับกำแพงสีแดงเลือดหมูริมถนน เดินมาเรื่อยๆจะเจอประตูแดงทางเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่าอะกะมง นั้นแหละครับเป้าหมายของเรา มหาวิทยาลัยโตเกียวหรือโทไดนั่นเอง

อันดับ 4 โชวะ คิเนน (Showa Memorial Park)

Showa Kinen by <a href=

โชวะ คิเนน เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จุดเด่นคือต้นแปะก๊วยเช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยโตเกียว โดยเฉพาะบริเวณน้ำพุนั้นจะสวยมาก เพราะจะมีต้นแปะก๊วยยาวตามทางเดินที่ให้สีเหลืองสดใส ดูแล้วสดชื่นมากๆครับ ที่สวนโชวะนี้ไม่ได้นิยมมากันแค่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเท่านั้น ที่นี่เรียกได้ว่ามาได้แทบจะทุกฤดูเลยทีเดียว

โชวะ คิเนน นั้นจะตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกและไกลจากตัวเมืองสักเล็กน้อย แต่ก็เดินทางมาไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาประมาน 30นาทีจากสถานีรถไฟชิจูกุ เดินทางโดยรถไฟ JR Chou Line มุ่งสู่สถานี Tachikawa โดยที่นี่มีค่าเข้าชม 400 เยน ครับ

อันดับ 5 โทโดโระคิ วัลเล่/วัดโทโดโระคิ (Todoroki Valley, Todoroki Fudoson)

วัดโทโดโระคิ by <a href=

เราจะขอขั้นสีเหลือด้วยสีแดงส้มกันสักเล็กน้อย คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่ค่อยจะมีใครพูดถึงกันสักเท่าไร แต่ความสวยงามนั้นไม่แพ้สถานที่เที่ยวที่อื่นๆเลยครับ

ก่อนอื่นเลย ผมจะขอนำเสนอความพิเศษของที่นี่ก่อน โทโดโรคิ วัลเล่ นั้นตังอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่เมื่อคุณได้ไปยืน ณ จุดนั้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าตัวคุณนั้นไม่ได้อยู่ในเมืองแต่อย่างใด คุณจะรู้สึกได้ว่าความเป็นเมืองกับธรรมชาติถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง อารมณ์เหมือนคุณเดินอยู่ในป่าที่ชุ่มชื้นด้วยเสียงของน้ำในคูคล้องเล็กๆที่ ชื่อว่ายาซาวะตลอดทางเดิน และยังมีต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่นตลอดเส้นทางอีกด้วย แต่ไฮไลท์นั้นอยู่ที่วัดโทโดโระคิฟุโดะครับ เพราะตรงนั้นจะมีใบไม้แดงที่สวยมาก และด้วยความที่โทโดโระคินั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก คนจึงไม่ค่อยเยอะสักเท่าไร ที่นี่น่าจะตอบโจทย์สำหรับคนชอบความสงบได้มากทีเดียวครับ แต่ก็ใช่ว่าที่นี่จะมีข้อดี ข้อเสียก็มีครับ คือพื้นที่ของโทโดโระคินั้นค่อนข้างน้อย ถ้าเกิดคนเยอะขึ้นมาคงจะอึดอัดพอสมควรครับ

การเดินทางก็ไม่ยากครับ นั่งรถไฟมาลงที่สถานี Todoroki สาย Oimachi เดินออกมาจากสถานีเล็กน้อยจะเจอสะพานแล้วเดินลงทางลงเล็กๆครับ ระวังเลยนะครับ เพราะทางลงนั้นไม่ได้มีจุดเด่นจุดสังเกตสักเท่าไร

สำหรับหลายๆ ท่านที่ไปญี่ปุ่นเพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ต้องการหาสถานที่ชมใบไม้เปลี่ยนสี แบบไม่ต้องกลัวผิดหวัง ให้ไปตามสถานที่เหล่านี้ได้เลยครับ นอกจากที่แนะนำ 5 สถานที่นี้แล้ว ยังสามารถชมที่อื่นๆ ได้อีกนะครับ เช่น ที่ ฮาโกเน่, ทะเลสาบอชิ เป็นต้น

เครดิต : j-reco.com
เรียบเรียงโดย : travel mthai

ที่มา: travel.mthai.com/world-travel/100594

Japanese street fashion ถนนของคนแนวๆ ในญี่ปุ่น


มาดูการแต่งตัวบนถนนของญี่ปุ่นย่านต่างๆกัน !!

ไม่ว่าจะเป็น ฮาราจูกุ ชิบูย่า โอโตเมะซันโดะ กินซ่า ^w^

Japanese street fashion

thanks : http://www.tokyofaces.com/category/2013/page/25/

http://www.style-arena.jp/?langType=en

japanese men street fashion

japanese man accessories

_DSC0261

_DSC0269

_DSC0285

japanese girl fashion

japanese girl in harajuku

japanese girl in harajuku with flower headband

diy street fashion harajuku

japanese street fashion in harajuku

japanese fashion girl

tokyo street style shoes

tokyo street fashion girls

japanese girls fashion

japanese fashion

japanese man bag

japanese geta inspired shoes

japanese girl fashion

japanese girl fashion circle lenses

japanese spikes bag

tokyo street style

tokyo streetstyle man wearing a skirt

japanese street style

japanese girl wearing circle contact lenses

tokyo fashion

tokyo street style

japanese fashion

baby the stars shine bright

tokyo street style

japanese fashion

130517-3

japanese socks and shoes

Tokyo street styleJapanese street fashion

Japanese stockings

Japanese hair

tokyo street style

japanese ring

Tokyo street stylejapanese fashion socks

nao2

Tokyo street style floral

japanese floral fashion

Japanese fashion

Tokyo street style

tokyo shibuya gyaru style

tokyo gyaru streetstyle

japanese gyaru fashion

gyaru shoes

gyaru nails shibuya

tokyo street style

japanese man fashion

Japanese streetstyle

tokyo street styletokyo floral pants japanese girl

japanese sweet lolita fashion streetstyle tokyoTokyo street style

Tokyo street style

tokyo street style

tokyo street style

tokyo street styletokyo street style

tokyo street style la carmina

Tokyo street style

Japanese fashion

Tokyo fashion

japanese fashion

japanese fashion

tokyo street style

japan fashionTokyo Street Style

japanese fashion

floral socks

Tokyo street style

tokyo street style

tokyo street style

japanese fashion

platform converse

tokyo street style

asian streetwear

Tokyo street style

[สาวญี่ปุ่นสวยบอกด้วย] กดเลิฟ 10 นางฟ้า ขาประจำซีรีส์ญี่ปุ่น


ใคร ที่เป็นสาวกหรือคอละครของประเทศญี่ปุ่น ที่หลายคนมักเรียกกันติดปากว่าซีรีส์แล้วล่ะก็ คุณต้องรู้จักหรือมีนักแสดงคนโปรดอยู่ในดวงใจกันบ้างไม่มากก็น้อย แต่ถ้าใครยังไม่มีเลยหรือบางคนไม่เคยดูเลยด้วยซ้ำไป เราเลยขออาสาไปพาสาวสวยในซีรีส์บางคน (ย้ำว่า บางคน เพราะยังมีอีกหลายคนที่มากล้นด้วยเสน่ห์) มาให้คุณได้ทำความรู้จัก รับรองว่านอกจากฝีมือการแสดงจะเข้าข้อแล้ว หน้าตายังเข้าขั้นอีกต่างหาก หนุ่มๆ คนไหนที่ชอบสาวตัวเล็ก หน้าตาน่ารักๆ ใสๆ สไตล์เจแปน ตามเรามายลโฉมพวกเธอกันได้เลย…

Sasaki Nozomi

สาว คนนี้มากความสามารถซะเหลือเกินเพราะเป็นทั้งนักแสดง นางแบบ นักร้อง นักพากย์ที่แบกความเซ็กซี่และความน่ารักสดใสมาแบบเต็มๆ เธอคนนี้เริ่มต้นเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุได้ 14 ปี ส่วนผลงานด้านละครที่เคยแสดงไว้ก็ได้แก่ Massugu na Otoko (นายเถรตรงกับยัยจอมยุ่ง) รับบทเป็น Kayashima Yukie, Kami no Shizuku รับบทเป็น Sara ฯลฯ

Yui Aragaki

หลาย คนคงรู้จักเธอดีในชื่อว่า งักกี้ เธอคนนี้มีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเป็นเอกลักษณ์ เริ่มเข้าวงการบันเทิงด้วยการประกวดนางแบบในหนังสือแฟชั่นวัยรุ่นและคว้า รางวัลชนะเลิศมาครอบครอง และเริ่มมีผลงานด้านการแสดงมากมาย ซึ่งหลายคนคงเคยเห็นเธอผ่านตากันมาบ้างกับผลงานเรื่อง นายซ่า ท้าเด็กแนว (Dragon Zakura) เคยเข้าฉายในบ้านเราทางช่อง ITV และผลงานอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ชิบูยะ (Sh15uya) (2548), ทรูเลิฟ (True Love) (2549), มาย บอส มาย ฮีโร่ (My Boss My Hero) (2549), โค้ด บลู SP (Code Blue SP -Doctor Heri Kinkyuu Kyuumei-) (2552) ฯลฯ

Nakama Yukie

เธอ คนนี้เป็นทั้งนักแสดง, นางแบบและนักร้อง และโด่งดังมาจากบทบาท นาโอโกะ ยามาดะ นักมายากลสาวที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีฆาตกรรมในเรื่อง Trick และเริ่มมีผลงานเรื่อยมา อาทิ Trick2 และผลงานที่แฟนละครชาวไทยรู้จักดีคือเรื่อง Gokusen ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู ที่เคยฉายทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 นั่นเอง

Ayase Haruka

นัก แสดงและนางแบบที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น มีผลงานการแสดงมาให้ชมมากมาย อาทิ MR. BRAIN (นายอัจฉริยะ), Jin, Byakuyakou, Hero, Hotaru no Hikari, The Magic Hour, ICHI และภาพยนตร์ที่โด่งดังอย่าง Cyborg She (ยัยนี่…น่ารักจัง) เป็นต้น

Erika Toda

สาว หน้าใสคนนี้โด่งดังจากบทบาทมิสะมิสะในภาพยนตร์เรื่อง Death Note เธอคนนี้เข้าวงการบันเทิงตั้งแต่อายุ 13 ปีเท่านั้น แถมยังมีผลงานละครและภาพยนตร์มาค่อนข้างมาก รอยยิ้มของเธอทำให้โลกสดใสชะมัด ใครเห็นด้วยบ้าง

Kyoko Fukada

ถือ ได้ว่าเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับแถวหน้าของประเทศญี่ปุ่นอีกหนึ่งคน เคียวโกะเริ่มเข้าวงการบันเทิงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 และเริ่มมีผลงานการแสดงเมื่อปี พ.ศ. 2540 ซึ่งละครเข้าฉายในบ้านเรา ได้แก่ เรื่อง จู่ๆ หนูก็เป็นสายลับ (Remote), อยู่เพื่อรัก (Precious time ), เพราะเราเข้าใจกัน (Imagine), ที่เคยฉายทางช่อง ITV ฯลฯ เป็นต้น

Ueno Juri

นัก แสดงสาวหน้าหวานอีกคนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น มาดมั่นด้วยลุคผมสั้นคนนี้ เริ่มเข้าวงการด้วยการถ่ายแฟชั่น จากนั้นก็มีผลงานการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเรื่อยมา และเริ่มมีผลงานละครเรื่องแรกในปี ค.ศ. 2002 ส่วนผลงานที่ทำให้ใครต่อใครรู้จักเธอดีนั้นได้แก่เรื่อง Nodame Cantabile (วุ่นรักนักดนตรี) ซึ่งเข้าฉายในบ้านเราในชื่อว่า “จังหวะรัก หัวใจดนตรี” และผลงานเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Orange Day (เธอ, ฉัน และวันฟ้าใส), Engine (ซิ่งสุดใจ เติมไฟฝัน) ฯลฯ

Inoue Mao

สาว ญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักน่าชังคนนี้โด่งดังในบ้านเราอย่างมากจากผลงานซีรี ส์เรื่อง รักใสๆ หัวใจเกินร้อย (HANA YORI DANGO) หรือเรียกได้ว่าเป็น F4 แบบฉบับของญี่ปุ่นก็ว่าได้ ซึ่งเคยออกอากาศในบ้านเราทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 นอกจากนั้นแล้วเธอยังมีผลงานอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นนักแสดงมากความสามารถเลยก็ว่าได้

Keiko Kitagawa

อดีต นางแบบนิตยสาร Seventeen ในญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักอย่างมากในซีรีส์เรื่อง Sailor Moon, Mop Girl, Taiyo to Umi no Kyoshitsu ฯลฯ

Aoi Yu

นัก แสดงสาวหน้าตามีเสน่ห์ล้นเหลือแห่งแดนอาทิตย์อุทัย ที่เป็นขวัญใจของหนุ่มๆ หลายคน มีผลงานการแสดงทั้งโทรทัศน์และภาพยนตร์ อาทิเช่น ซีรีส์เรื่อง osen (เจ๊สาว จ้าวตำรับ), เรื่อง Tiger & Dragon (พยัคฆ์ตัดมังกร) ภาพยนตร์เรื่อง Hana & Alice ที่เธอได้รับรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมมาครอบครอง นอกจากนี้ยังมีผลงานการแสดงอีกจำนวนมาก

CREDIT ภาพ:www.listal.com, sgforums.com และ asiadreaming.tumblr.com

ที่มา : bloggang.com/viewblog.php?id=karnoi&date=10-09-2013&group=68&gblog=220

7 อันดับ Pop Culture ของญี่ปุ่น…ที่ชาวต่างชาติต่างบอกว่า “สุโก้ย”


สำหรับชาวต่างชาติที่เคยไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้น อาจจะเคยเจอเรื่องหรือของประหลาดอยู่หลายสิ่งเป็นแน่ หนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นเครื่องขายของอัตโนมัติที่จับสรรพสิ่งต่างๆมายัดใส่ ตู้ขายให้สะดวกขึ้น นอกจากนี้แล้วที่ญี่ปุ่นก็ยังมีเรื่องตื่นเต้นน่าตกใจอยู่อีกมาก……

เรื่องที่เราจะนำมาเสนอในคราวนี้ เป็นวัฒนธรรมแปลกๆที่น่าตกใจ 7 อย่างของญี่ปุ่น แต่ในความรู้สึกของคนญี่ปุ่นนั้น เรื่องพวกนี้กลับเป็นเรื่องปกติ!!!

อันดับ 7 มายองเนส

0f401bd5-s_R

มายองเนสที่ญี่ปุ่นนั้นจะมีรสชาติหวานอ่อนๆ ผสมกับรสเปรี้ยวที่พอดี ซึ่งทำให้อร่อยกว่ามายองเนสทั่วๆไป ยี่ห้อดังของญี่ปุ่นก็คือ “คิวปี” มีโลโก้เป็นตุกตาเด็กทารกน่ารัก ซึ่งรักษาความบาลานซ์ของรสชาติได้อย่างดีเยี่ยม ว่ากันว่าไม่ว่าจะเอาไปทานกับอะไรก็ทำให้อร่อยขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นแล้วมายองเนสคิวปีก็ยังเคยเป็นที่ต้องการของเวบไซต์ขายของ ชื่อดังของอเมริกาอย่าง amazon.com อีกด้วย ในทางตรงกันข้าม ชาวญี่ปุ่นก็อยากจะรู้ว่ามายองเนสของประเทศอื่นๆจะรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง จะอร่อยเท่าของญี่ปุ่นมั๊ยน้า??

อันดับ 6 กริ่งกดเรียก

00345184-s_R

เป็นกริ่งสำหรับกดเรียกพนักงาน ซึ่งเป็นระบบแบบใหม่ที่มีอยู่ในญี่ปุ่นเพียงที่เดียวเท่านั้น (ต่างประเทศอาจจะมีบ้าง แต่ไม่แพร่หลาย) แต่ถ้ากดมากๆแล้วอาจจะทำให้พนักงานในร้านอารมณ์เสียขึ้นมาก็เป็นได้ เพราะต้องวิ่งไปๆมาๆอยู่หลายรอบ ทำไมถึงเป็นแบบนั้นหล่ะ??

อันดับ 5 วาซาบิ

535a5b7a-s_R

ว่ากันว่าวาซาบิของญี่ปุ่นนั้น “เผ็ด” แต่เมื่อลองชิมดูจริงๆแล้ว มัน “เผ็ด” กว่าที่คิดอีก !!!

อันดับ 4 เสียงต้อนรับเข้าร้านแบบอัตโนมัติ

2f58b086-s_R

เมื่อ เดินเข้าไปในร้านค้า กลับประหลาดใจที่มีเสียงอัตโนมัติว่า “ยินดีต้อนรับ” ดังขึ้น  นี่คือระบบการต้อนรับลูกค้าแบบใหม่ในญี่ปุ่นที่นานๆจะเจอสักทีหนึ่ง สำหรับชาวต่างชาตินั้น ดูว่าจะสนุกกับระบบนี้เป็นพิเศษ จึงเห็นเดินเข้าเดินออกกันเป็นว่าเล่นเลย

 อันดับ 3 เครื่องขายของอัตโนมัติแบบอุ่น

e2c509f3-s_R

สำหรับเครื่องขายของอัตโนมัติที่ญี่ปุ่น นั้นปัจจุบันได้รุดหน้าไปมาก ว่ากันว่านำเทคโนโลยีของปี 2050 มาใช้เลยทีเดียวทำให้มีฟังก์ชั่นหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือเครื่องขายของอัตโนมัติแบบอุ่น ที่น่าแปลกกว่าเจ้าเครื่องนี้คือ เหตุผลที่ชาวต่างชาติอยากจะมาใช้เจ้าเครื่องนี้นั้น เพราะว่าอยากจะลองชิมโคล่าอุ่นๆนั่นเอง!!!

อันดับ 2 อ่างอาบน้ำ

4aaaf956-s_R

ว่ากันว่าน้ำในอ่างอาบน้ำรวมของญี่ปุ่นนั้น มีอุณหภูมิและแรงดันน้ำสูงมาก จนชาวต่างชาติจำนวนมากไม่สามารถทนแช่อยู่ได้ แต่ถ้าใครสามารถทนแช่ได้จนจบจะรู้สึกสดชื่นและฟินมากกกกกก

อันดับ 1 ห้องส้วม

a1ae4ea8-s_R

ระบบอัตโนมัติต่างๆของห้องส้วมญี่ปุ่น พอคนต่างชาติเจอครั้งแรกก็หงายหลังเพราะใช้ไม่เป็นกดปุ่มไม่ถูก แต่พอนานเข้าก็เริ่มจะชินขึ้นเรื่อยๆจนรู้สึกขาดไม่ได้เลย ถ้าไปใช้ส้วมแบบปกติก็ดูเหมือนว่าขาดอะไรบางอย่างไป

ของและวัฒนธรรมแปลกๆที่ญี่ปุ่นนั้นยังมีอีกเยอะ ใครที่ได้ไปเที่ยวแล้วเจออะไรแปลกๆก็สามารถมาเล่าสู่กันฟังได้….

ที่มา: 108thinks.blogspot.com

ภาพบรรยากาศงานวันฮาโลวีน ที่ประเทศญี่ปุ่น เมืองชิบูย่า


เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เมืองชิบูย่า ประเทศญี่ปุ่น ได้จัดงานเทศกาลฮาโลวีนขึ้น และยังคงเป็นความจริงที่ว่า เมื่อคืนวันศุกร์นี้ มีคนแต่งผีมาร่วมสนุกกันอย่างคับคั่ง ทั้งชายและหญิง พร้อมด้วยมีตำรวจคอยตรวจดูความเรียบร้อยในบริเวณนั้นด้วย

สาวๆ หนุ่มๆ ชาวญี่ปุ่น จะแต่งได้โหด หวีด สยอง กันแค่ไหน.. เราไปดูกันเลยดีกว่า

渋谷 ハロウィン スナップ tokyo shibuya halloween snap
渋谷 ハロウィン スナップ tokyo shibuya halloween snap

ดิสนีย์เนรมิตขนมหวานจากหนังดัง Frozen ต้อนรับปีใหม่


Frozen ถือเป็นหนังจากค่ายใหญ่ดิสนีย์ที่ดังเป็นพลุแตกเปรี้ยง ปร้าง มากที่สุดในขณะนี้ ถึงแม้จะเปิดตัวมานานกว่า 7 เดือนแล้วแต่ความนิยมไม่ได้ลดลงเลย ยังคงจับใจแฟนคลับทั้งผู้ใหญ่จนไปถึงเด็กเล็กเลยทีเดียว ดูได้จากการออกสินค้าลิขสิทธิ์ Frozen มากมาย ตั้งแต่ หนังสือภาพ หนังสือเพลง ชุดเดรสเอลซาและแอนนาสำหรับงานฮาโลวีนกันเลยทีเดียว ล่าสุด http://www.cozycorner.co.jp ได้มีการเปิดตัวของหวานเวอร์ชัน Frozen เอาใจสาวกเอลซาและแอนนา จะน่ารักน่ากินแค่ไหน ไปชมกันเลยดีกว่าจ้ะ

1.เริ่มจาก ▼ The Petit Gateau Frozen Collection ราคาประมาณ 592 บาท (US$18.50) 

เป็น เซตมินิคัพเค้ก ที่มีรูปตัวละครเอกของเรื่อง เอลซา แอนนา โอลีฟ สเวน ส่วนรสชาติก็มีให้เลือกหลากหลายทั้ง ช็อกโกแลต เจลลี่โซดา และ ชาเขียว

2. ▼ The “White Pudding” เวอร์ชัน เอลซ่า  ราคาประมาณ 80 บาท (US $ 2.50) ทำจากเนื้อครีมพุดดิ้งนุ่มๆ ราดท๊อปปิ้งด้วยครีมและซอสรสรามูเนะ (โซดาญี่ปุ่น)

3. ▼ พุดดิ้งคาราเมล เวอร์ชัน แอนนา ทำจากเนื้อคาราเมลพุดดิ้ง เพิ่มท๊อปปิ้งด้วยซอสคาราเมลและวิปครีมนุ่น ละมุนลิ้น ราคาประมาณ 80 บาท (US $ 2.50)

4. ▼ ยังไม่หมดจ้า จัดไป The “Frozen Box of Asseted Sweets” ประกอบด้วย มาเดอลีรสชีส 4 ชิ้น

มาร์ชเมลโลรสช็อกโกแลต ลวดลายบนกล่องตกแต่งด้วยรูป“สโนว์เฟลก” 

5.  สุดท้าย ขอนำเสนอ ” Frozen Gift Tin Box” ประกอบด้วย มาเดอลีชีส 13 ชิ้น , มาร์ชเมลโลช็อกโกแลต, คุกกี้พิสตาชิโอ, ครันช์บอลช็อกโกแลต สนนราคาที่ 355 บาท (US$11.10)

ขนมหวาน Frozen จะจัดจำหน่ายโดยร้าน Cozy Corner ที่ญี่ปุ่น จากวันที่ 1 พฤศจิกายน – 16 ธันวาคมนี้เท่านั้นนะจ้ะ ใครที่สนใจรีบๆกันหน่อยจ้า

ที่มา  PRTimes (Japanese) via ITmedia (Japanese)

ภาพ  PRTimes